ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าขึ้นต่อ กระแส AI ยังแรง ราคาน้ำมันดีดตัวหนุนกลุ่มพลังงาน

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้น DELTA ที่มีแรงซื้อคืนหลังราคาปรับฐานมาก่อนหน้านี้ รวมถึงกระแส AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง พร้อมคาดเห็นแรงซื้อกระจายสู่หุ้นขนาดใหญ่กลุ่มอื่น ๆ อาทิ กลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันโลกและหุ้นกลุ่มสื่อสาร ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศรอลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันศุกร์นี้ ให้แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,610 จุด และแนวต้านไว้ที่ 1,630 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, IAA, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้มีโอกาสปรับตัวขยับขึ้นได้ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญต่อเนื่องจากหุ้น DELTA ที่มีแรงซื้อคืน หลังจากราคาปรับตัวลงมาทดสอบบริเวณแนวรับสำคัญ ประกอบกับนักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกระแสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิในหุ้นไทย ซึ่งคาดว่าจะเห็นการกระจายแรงซื้อไปยังหุ้นขนาดใหญ่ กลุ่มอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงหุ้นกลุ่มสื่อสารที่ราคาปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นในแดนบวกได้ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการเมื่อคืนนี้

ด้านปัจจัยในประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายก่อนส่งต่อให้วุฒิสภาในช่วงปลายสัปดาห์ สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศ วันนี้ติดตามการรายงาน GDP ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่น และตัวเลขการส่งออก-นำเข้าของจีน และการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลชุดสุดท้ายที่มีผลต่อการตัดสินใจดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมสัปดาห์ถัดไป

ให้แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,610 จุด หากหลุดจะมีแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,600 จุด และแนวต้านไว้ที่ 1,630 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (7 ก.ย..) ปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,843.69 จุด ลดลง 556.15 จุด หรือ -0.84%   ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,252.07 จุด ลดลง 161.05 จุด หรือ -0.63%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,935.55 จุด เพิ่มขึ้น 2.85 จุด หรือ +0.07% ดัชนี KOSPI[KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.75% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (7 ก.ย.) 1,618.82 จุด เพิ่มขึ้น 23.24 จุด (+1.46%) มูลค่าซื้อขาย 60,082.90   ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (7 ก.ย.)  2,766.98  ล้านบาท

– ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการ (7 ก.ย.)  และเมื่อเช้า ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ดีดตัวขึ้น 1.14 ดอลลาร์ หรือ 1.25% แตะที่ 92.62 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (7 ก.ย..) อยู่ที่ 12.85  ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.86 ตลาดจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด-ความเสี่ยงตอ.กลาง 

– โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในเมืองจีซาน ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีในวันจันทร์ (7 ก.ย.) และทางบริษัทกำลังประเมินความเสียหาย ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้ 

– กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค.

-ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังมีรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco)ณ เวลา 06.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ [DJI.X] ร่วงลง 321 จุด หรือ 0.60% แตะที่ 53,119 จุด ส่วนราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ดีดตัวขึ้น 1.14 ดอลลาร์ หรือ 1.25% แตะที่ 92.62 ดอลลาร์/บาร์เรล

– 3 แบงก์ใหญ่ประสานเสียง ชี้เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวก “ขัตติยา” ซีอีโอ KBANK มองไทยเข้าสู่ก้าวแรกของการปฏิรูปเศรษฐกิจ ตั้งเป้าดันจีดีพีโต 5% ภายในปี 80 ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ด้าน “ชาติศิริ” จาก BBL ย้ำดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยชี้ชะตาความอยู่รอด แต่ต้องเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ “ฐากร” TTB ชี้แรงหนุนจากภาคอสังหาฯ ตลาด EV ช่วยกระตุ้นสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมให้ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ 

– “เอกนิติ” สั่งบอร์ดบีโอไอปรับยุทธศาสตร์คัดกรองธุรกิจขอส่งเสริมการลงทุน ชี้ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม พุ่งเป้าเทคโนโลยีขั้นสูง-AI-Electronics พร้อมสั่งเบรกการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ชั่วคราว เฟ้นหาเทคโนโลยีดีสุดมุ่งสู่พลังงานสะอาด หนุนอัพสกิลแรงงานไทย 

– เงินเฟ้อเดือน ส.ค. พุ่งแตะ 2.53% สูงสุดรอบ 3 เดือน ราคาพลังงาน อาหาร ปรับตัวสูงขึ้น พาณิชย์มั่นใจยังคุมได้ คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีนี้ 1.50–2.50% ค่ากลาง 2% 

– Ascend Money เผยความคืบหน้าจัดตั้ง Virtual Bank ใกล้เข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ เดินหน้าแยกธุรกิจตามเกณฑ์ ธปท. ชู จุดแข็งข้อมูลจาก TrueMoney ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและความเสี่ยงลูกค้า เตรียมใช้ Machine Learning เปิดทาง บริการแรกเน้น “รับฝากเงิน” ก่อนต่อยอดสินเชื่อ 

– YLG ลุ้นครึ่งหลังปี 2570 ทองเล็งทดสอบจุดสูงสุดเดิม แนะ “ถือต่อ” จับสัญญาณทองโลกทะลุ 4,500 ดอลลาร์-ทองไทยยืนเหนือ 69,000 วางเป้าสิ้นปี 2569 ทองโลก 4,900-5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีลุ้นแตะ 77,000 บาท จับตาเฟดพลิก Hawkish หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแกร่ง ลุ้น Core CPI 11 กันยายน 

– “อุตตม” ชี้วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์แบ่งขั้ว โอกาสทองครั้งใหญ่พัฒนา EEC แนะยกระดับ 4 ด้าน WHA หนุนชูจุดแข็งทำเลไร้ภัยพิบัติ มั่นใจโครงข่ายไฟแกร่งรับ Data Center ส.อ.ท.ย้ำค่าย EV ยักษ์ปักหมุดลงทุนซัปพลายเชน 1.4 แสนล้านบาท สกพอ.เร่งสร้างจุดแข็งสู่การลงทุนจริง “UTA” ตั้งเป้าดัน “อู่ตะเภา” เป็น Magnet ดึงดูดการเดินทาง 

– เอกชน หนุน “อีอีซี” ก้าวใหม่ หวังรัฐเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกดึงดีมานด์ลงทุนระลอกใหม่ สมาคมผู้ค้าปลีกฯ ชี้ศักยภาพจ้างงาน เร่งกำลังซื้อ แนะพลังรายใหญ่ดึง SMEs เกาะขบวนโตเชื่อมซัปพลายเชน อสังหาฯ พลิกโจทย์ใหญ่ 30 ปี จากเมืองผลิตสู่เมืองคุณภาพชีวิต สมาคมโรงแรม ย้ำ “รถไฟ-เที่ยวบินตรง” จิ๊กซอว์ใหญ่บูมท่องเที่ยวอีอีซี 

-เฟทโก้ เตรียมยื่น 4 ข้อเสนอดันวาระ “การออม-ลงทุน” แตะ 30% ของ “จีดีพี” เสริมเศรษฐกิจระยะยาว เผย ตลท. ปลดล็อกเกณฑ์ IPO ดึง 10 อุตสาหกรรมนิวอีคอนอมี และ “ดาต้าเซนเตอร์” ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน ส.ค. พุ่งสู่ระดับ “ร้อนแรงอย่างมาก” ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าทะลุ “แสนล้าน” หนุนเป้าดัชนีฯ สิ้นปีแตะ 1,700 จุด 

– บีโอไอ เปิดเผยว่า ปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 302 โครงการ มูลค่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน และเป็นหนึ่งในปีที่มียอดลงทุนสูงสุดของญี่ปุ่น โดยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นอุตสาหกรรมหลักของนักลงทุนญี่ปุ่น มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 28,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากปีก่อน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 19,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% เกษตรและอาหาร 4,069 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% 

– รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 ก.ย.2569 ว่า มีจำนวนรวม 21.28 ล้านคน ลดลง 3.12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้รวม 1,040,385 ล้านบาท นักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,597,054 คน มาเลเซีย 2,708,761 คน อินเดีย (1,566,152 คน) รัสเซีย (1,192,571 คน) และเกาหลีใต้ (781,467 คน) 

 *หุ้นเด่นวันนี้

-CPF (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 24.50 บาท เราคาดว่าราคาหมูและไก่ในไทยอยู่ในรอบการฟื้นตัวใน 2H69 จากอุปทานที่ตึงตัว ขณะที่การส่งออกฟื้นตามปัจจัยฤดูกาล เราคาดกำไรโต YoY ตั้งแต่ไตรมาส 3/69 อย่างน้อยถึงปี 70 โดยปี 70 เราคาดกำไรโตถึง 30%YoY สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่อัตราเงินปันผล 4-5% จำกัดDownside

-TOP (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 75.20 บาท ค่าการกลั่นในช่วงไตรมาส 3/69 คาดยังได้แรงหนุนจากการหยุดชะงักของโรงกลั่นในรัสเซีย ช่วยชดเชยปัจจัยตามฤดูกาล ปรับเพิ่มกำไรปี 2569,2570 ขึ้น 62%, +39%YoY สอดคล้องกับการปรับสมมติฐานค่าการกลั่นในช่วง 2569 ม 2570 สู่ระดับ 20.9 และ 10.3 เหรียญจากเดิมที่ 15.0 และ 8.3 เหรียญตามลำดับ คงคำแนะนำ”ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 75.2 บาท ขณะที่ Valuation ปัจจุบันเทรดบริเวณ PBV 0.6 เท่า 

-PTTGC (กรุงศรี) “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 70 ที่ 50 บาท 1)เราคาด 2H26F จะพลิกมีกำไร y-y ต่อเนื่องตามการฟื้นของปิโตรเคมี ที่ supply ตึงตัวขึ้นหนุน product spread 2) ประเมินกำไรปี 2026-28F เติบโต CAGR +41%y-y ตาม วงจรปิโตรเคมีฟื้นตัว  3)หุ้นซื้อขาย PBV26F ราว 0.68 เท่า vs Yield > ปีละ 2.5%  

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน