
กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยวันนี้ (8 ก.ย.) ว่า ค่าจ้างที่แท้จริง (real wages) ของญี่ปุ่นในเดือนก.ค. ปรับขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยได้อานิสงส์สำคัญจากเงินโบนัสฤดูร้อนที่สูงขึ้น
ด้านค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน (nominal wages) ต่อคน รวมทั้งเงินเดือนพื้นฐานและค่าล่วงเวลา เพิ่มขึ้น 4.7% แตะระดับ 436,401 เยน (ราว 2,830 ดอลลาร์สหรัฐ) ทำสถิติเติบโตเกิน 3% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และนับเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดในรอบกว่า 34 ปี
การขยายตัวของค่าจ้างจริงติดต่อกัน 7 เดือนในรอบนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เติบโตต่อเนื่องยาวนานที่สุด นับตั้งแต่เคยทำสถิติปรับขึ้น 7 เดือนติดต่อกันเมื่อเดือนก.พ. 2564
เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ เผยว่า “ตัวเลขนี้สะท้อนผลจากการปรับขึ้นค่าจ้างตามการเจรจาชุนโต (Shunto) ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง”
อนึ่ง การเจรจาชุนโตคือการเจรจาต่อรองค่าจ้างประจำปีช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ปัจจัยสำคัญที่ดันให้ค่าจ้างโตมาจากรายได้พิเศษ (เงินโบนัส) ที่เพิ่มขึ้น 6.3% อยู่ที่ 134,819 เยน เพราะการเจรจาต่อรองค่าจ้างที่เข้มข้นในปีนี้ยังคงกดดันให้ผู้บริหารภาคธุรกิจต้องยอมปรับขึ้นค่าตอบแทนแก่พนักงาน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ค่าจ้างระลอกล่าสุดที่ขยับขึ้นนี้มีขึ้นขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) ชะลอตัวลงมาแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1-2% เมื่อเทียบกับระดับ 3-4% ในปีก่อนหน้า อันสะท้อนถึงราคาข้าวที่ปรับลดลง ตลอดจนมาตรการเงินอุดหนุนของรัฐบาลเพื่อตรึงราคาน้ำมันเบนซิน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดของบริษัทวิจัย เทโกกุ ดาตาแบงก์ (Teikoku Databank) ชี้ว่า อาหารและเครื่องดื่มในประเทศกว่า 4,900 รายการเตรียมปรับขึ้นราคาในเดือนนี้ โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่แพงขึ้น ซึ่งอาจดันให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ ค่าตอบแทนที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นการฟื้นตัวหลังจากญี่ปุ่นเผชิญภาวะค่าจ้างจริงลดลงต่อเนื่องยาวนานถึง 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





