บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) [SYNEX] มั่นใจรายได้ปี 69 ทะลุเป้า 53,000 ล้านบาท แย้มผลงานครึ่งปีหลังโตแรง รับแรงหนุนสินค้ากลุ่ม Apple และดีมานด์ชิ้นส่วน IT ทั่วโลกพุ่ง แม้ซัพพลายขาดแคลนต่อเนื่องแต่ยังบริหารความเสี่ยงได้ พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์ โลจิสติกส์ และเครือข่าย สู่ Solution, Service, Platform และ Ecosystem เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในตลาด Commercial และ Enterprise และขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกับพันธมิตร แย้มเตรียมนำเข้าหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ (Robotics) ลุยตลาดไทย
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SYNEX กล่าวว่าช่วงที่เหลือของปีภาพรวมอุตสาหกรรมไอทียังถูกกดดันจากความตึงตัวของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Shortage) ของสินค้าเทคโนโลยี รวมทั้งสินค้าในกลุ่มแอปเปิล (Apple) ซึ่งความต้องการของตลาดยังอยู่ในเกณฑ์สูงมาก แม้จะปรับราคาสูงขึ้น แต่ดีมานด์ยังสูง เมื่อสินค้าเข้าสู่ตลาด บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถจำหน่ายได้หมดในทันที
โดยในปี 69 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 53,000 ล้านบาท ครึ่งปีแรกทำยอดขายแล้ว 23,122 ล้านบาท และยอดขายส่วนใหญ่จะเข้ามาในครึ่งปีหลัง ซึ่งมั่นใจว่าจะเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย แรงหนุนสำคัญจากการเปิดตัวและวางจำหน่ายสินค้าใหม่ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Apple ที่บริษัทตั้งเป้ายอดขายโตขึ้นจากการมีช่องทางจำหน่ายและพาร์ทเนอร์จำนวนมาก
ส่วนแนวโน้มราคาต้นทุนสินค้าไอทีโดยรวม สินค้าในกลุ่มหน่วยความจำ (Memory) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage) ยังคงมีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งสาเหตุหลักเป็นผลจากกระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ที่ผลักดันให้กลุ่มผู้ให้บริการ Hyperscalers เข้ามาแย่งชิงทรัพยากรและกำลังการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ไปเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้ผู้ผลิตต้องจัดสรรสัดส่วนซัพพลายอย่างรัดกุม อย่างไรก็ดีบริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์สินค้าที่หลากหลาย จึงมีความยืดหยุ่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกทดแทนให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการขยายโอกาสในกลุ่มธุรกิจแห่งอนาคตว่า บริษัทมองเห็นโอกาสในการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานโซลาร์เซลล์ ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงโอกาสจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ตลอดจนการเปิดตลาดหุ่นยนต์ (Robotics) ซึ่งบริษัทเตรียมเดินทางไปเจรจาธุรกิจและศึกษาเทคโนโลยีที่ประเทศจีนในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มหุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์ (Commercial) เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและบริการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของกลุ่มสินค้าใหม่และสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์จริงได้ภายในไตรมาสที่ 4/69
นางสาวสุธิดา กล่าวอีกว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังย้ายไปสู่จุดที่เทคโนโลยีสามารถสร้างมูลค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรม AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของลูกค้าสะท้อนบทต่อไปขององค์กรภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of SYNNEX – From Distribution to Value Creation” มุ่งต่อยอดจากธุรกิจจัดจำหน่ายสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่เทคโนโลยี และการเติบโตร่วมกับพันธมิตรใน Technology Ecosystem
SYNNEX พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ ช่องทางจัดจำหน่ายกว่า 6,000 ช่องทาง ตลอดจนศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการเข้าถึงตลาด เพื่อเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญของพาร์ทเนอร์ และร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาด Commercial และ Enterprise ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“The Next Chapter of SYNNEX คือการเดินหน้าจาก Distribution สู่ Value Creation สร้าง Ecosystem ที่ช่วยให้พาร์ทเนอร์เติบโต ตั้งแต่การสร้าง Demand การออกแบบ Solution ไปจนถึงการสร้างบริการและรายได้ต่อเนื่อง โดย AI และ Cloud จะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตต่อไปของ SYNNEX”นางสาวสุธิดา กล่าว
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ Ecosystem Growth โดย SYNNEX มุ่งเชื่อมจุดแข็งของ Vendor, SYNNEX และ Partner เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็น Solution, Service และ Business Opportunity ที่สร้างการเติบโตร่วมกัน สะท้อนผ่านงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026: Empowering the Future” ซึ่งนำเสนอสินค้า นวัตกรรม และโซลูชันจากพันธมิตรกว่า 30 แบรนด์ ครอบคลุมทั้ง Consumer, Commercial และ Enterprise
พร้อมต่อยอด Customer Value ผ่าน “SWOPMART Trade-In” ที่เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่พาร์ทเนอร์ และ “Prompt Money” แพลตฟอร์มสนับสนุนทางการเงิน ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขายร่วมกับพาร์ทเนอร์ของ SYNNEX และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ SYNNEX ยังมุ่งขยายธุรกิจร่วมกับ Insurance Broker Partner เพื่อพัฒนา Warranty Service สำหรับกลุ่ม Consumer Deviceเพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการรับประกันและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
โดย วรินทร ศิรินอก





