ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าไซด์เวย์ดาวน์รับแรงกดดัน Bond Yield พุ่ง-หวั่นเงินเฟ้อจากตะวันออกกลางเดือด

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ดาวน์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ จากแรงกดดัน Bond Yield ยังปรับขึ้นต่อเนื่อง เพราะความกังวลเงินเฟ้อจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีอยู่ต่อเนื่อง และราคาน้ำมันดิบก็ยังปรับตัวขึ้นต่อ แต่ช่วยหนุนหุ้นพลังงานที่อิงราคาน้ำมันอาจช่วยลด downside พร้อมให้แนวต้าน 1,630 จุด แนวรับ 1,600 จุด

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม, IAA กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ [SET.X] คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ดาวน์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยแรงกดดันหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากความกังวลเงินเฟ้อ หลังจากที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ทำให้ตลาดมองโอกาสที่ดอกเบี้ยสหรัฐอาจจะมีการปรับขึ้นได้

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวขึ้นต่อเดียวกัน ซึ่งเป็นแรงส่งต่อเงินเฟ้อที่จะกลับมาสูงขึ้น แต่ก็เป็นแรงหนุนให้กับหุ้นในกลุ่มพลังงานที่อิงกับราคาน้ำมันได้รับประโยชน์ และช่วยลดดาวน์ไซด์ใมของดัชนีได้บ้าง โดยให้แนวต้าน 1,630 จุด แนวรับ 1,600 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (10 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,064.10 จุด ลดลง 316.56 จุด หรือ -0.60% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,591.70 จุด ลดลง 44.66 จุด หรือ -0.58% ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,081.73 จุด ลดลง 171.62 จุด หรือ -0.65%

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลบเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 64,276.82 จุด ลดลง 994.13 จุด หรือ -1.52% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,718.15 จุด ลดลง 236.32 จุด หรือ -0.95% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,910.92 จุด ลดลง 23.48 จุด หรือ -0.60% และดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.7%

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (10 ก.ย.) 1,615.07 จุด ลดลง 2.82 จุด (-0.17%) มูลค่าซื้อขาย 69,918.18 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (10 ก.ย.) 2,049.46 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ต.ค. (10 ก.ย.) เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือ 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (10 ก.ย.) อยู่ที่ -2.81 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.15 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่า หลัง PPI สหรัฐสูงเกินคาดเก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ย

– “บอร์ด EV” เห็นชอบปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต EV กำหนดภาษีสอดคล้องระดับการลงทุน การผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ “คลัง” จ่อเก็บอัตราสูงสำหรับค่ายรถนำเข้าที่ไม่มีฐานผลิตในไทย “ซีบียู” เก็บสูงสุด “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เผยนำเข้า BEV พุ่ง 72% หนุนรัฐเร่งปรับโครงสร้างภาษีจูงใจใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

– ททท. ย้ำปีแห่งการทรานส์ฟอร์เมชันเร่งเครื่อง 4 เดือนโค้งท้าย “ไฮซีซัน” กระตุ้นการเดินทางตลาดในและต่างประเทศ เปิดลิสต์อีเวนต์ใหญ่และเทศกาลดนตรี-แสงสี ปลุกความคึกคักปลายปี ดันรายได้รวมท่องเที่ยวไทยปี 2569 “2.7 ล้านล้านบาท” หวังแรงส่งปีหน้า ด้าน “แอร์ไลน์” โหมเปิดเส้นทางบินใหม่ หนุนจำนวนต่างชาติเที่ยวไทยแตะ 33 ล้านคนตามเป้าหมาย

– “เอกนิติ” แย้มข่าวดี! ฟังเสียงสะท้อนร้านค้า-ประชาชนเรียกร้องต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” อีก 1-2 เดือน คาดได้ข้อสรุปไม่เกินสิ้นเดือน ยันยังมีเม็ดเงินเพียงพอรองรับ คลังเปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ใช้ยอดขายจริงจากแอปพลิเคชันถุงเงิน ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ปิดช่องกู้เงินด่วนตามเสาไฟฟ้า

– ดับบลิวเอชเอ เล็งผุด “ดาต้าเซนเตอร์พาร์ก” 1,000-2,000 ไร่ บนทำเลศักยภาพ “อีอีซี -สระบุรี” พร้อมอ้าแขนรับพันธมิตร 2-3 ราย รอบอร์ดฯ เคาะเกณฑ์ชัดใน 1 เดือน หนุนไทยสู่เอไอฮับและประเทศรายได้สูง ส่วนปีนี้มีลุ้นนิวไฮต่อ หลังทำได้แล้วถึง 4 ปีซ้อนและยอดขายที่ดินเข้าเป้า 2,500 ไร่

– ‘แบงก์ชาติ’ ผนึก 11 สมาคมการเงิน เดินเกมยกระดับมาตรการสกัดเงินเทา-พนันออนไลน์-สแกมเมอร์-คอร์รัปชัน เตรียมเข็นมาตรการใหม่บังคับผู้ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปแสดงหลักฐานที่มา ดีเดย์ ต.ค.นี้ ปิดช่องทางนำเงินผิดกฎหมายเข้าระบบ

– ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0% เพราะได้แรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งตัวต่อเนื่อง 5 ไตรมาส และภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี โดยคาดว่าปีนี้การส่งออกจะโตได้ถึง 17.8% จากเดิมคาด 8.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ 1.8%

*หุ้นเด่นวันนี้

– PR9 (กรุงศรี) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 24 บาท แนวโน้มไตรมาส 3/69 ยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว คาดรายได้เร่งตัวจากครึ่งปีแรกที่เติบโต 3% โดยเฉพาะผู้ป่วยไทยกลับมาเติบโตดีขึ้นตามความต้องการใช้บริการที่ฟื้นตัว และได้แรงหนุนจากโรคระบาดตามฤดูกาล ขณะที่รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ Operating leverage กลับมาเด่นชัด หนุน EBITDA margin ขยายตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวของกำไรที่มีแนวโน้มต่อเนื่องในไตรมาส 4/69

– BEM (เคจีไอ) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.40 บาท คาดปริมาณผูโดยสารเฉลี่รายวันและรายได้ในไตรมาส 3/69 จะเพิ่มราว 1-1.3% จากปีก่อน และ 11-12% จากไตรมาสก่อนหน้ล ส่วนปริมาณรถยนดเฉลี่ยรายวันและรายได้อาจเติบโต 0.6-0.7% จากปีก่อน และ 2.5-3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนทิศทางกำไรในไตรมาส 4/69 จะแข็งแกร่งขึ้นจากการปรับลดทุน และไฮซีซั่นการท่องเที่ยว

– AWC (กสิกรไทย) ”ซื้อ“ ราคาพื้นฐาน 3.74 บาท แนวโน้มเดือน ส.ค. 69 แข็งแกร่ง โดย RevPAR เฉลี่ยเติบโต 25% นำโดยโรงแรมกลุ่ม MICE ที่เติบโต 26% ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มไตรมาส 4/69 จากยอดจอง

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล