
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างมากในสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาดกังวลว่าอาจเกิดการหยุดชะงักของอุปทานเพิ่มเติม ขณะที่ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับเพียงเศษเสี้ยวของช่วงก่อนเกิดสงคราม โดยก่อนเกิดสงคราม เส้นทางดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอ่าวอาหรับมีแผนประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านในสัปดาห์หน้า ตามความพยายามของโอมานในการผลักดันข้อตกลงเพื่อให้เรือพาณิชย์สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) รายงานในวันนี้ (11 ก.ย.) ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นความริเริ่มของโอมาน และมีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ (14 ก.ย.) ที่เมืองซาลาลาห์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของโอมาน โดยหลายประเทศตอบรับเข้าร่วมแล้ว และคาดว่าการประชุมจะเกิดขึ้นตามกำหนด
เป้าหมายของการประชุมคือการสร้างความเห็นพ้องต่อข้อตกลงที่จะเปิดทางให้มีการจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว ท่ามกลางการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวที่หยุดชะงักเป็นวงกว้าง
อิหร่านและโอมานส่งสัญญาณเมื่อเดือนส.ค.ว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงปิดกั้นเส้นทางเดินเรือของอิหร่านด้วยกองทัพเรือ
สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือเดินทะเลครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. โดยสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ทวีความรุนแรงขึ้น และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าความขัดแย้งจะลดระดับลง
นอกจากนี้ ความขัดแย้งที่กำลังก่อตัวระหว่างกลุ่มฮูตีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียยังสร้างความเสี่ยงต่อการขนส่งผ่านช่องแคบบับเอล-มันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญอีกแห่ง
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังแสดงจุดยืนคัดค้านข้อตกลงใด ๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมานที่ไม่มีสหรัฐฯ เข้าร่วม และเตือนประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่าวไม่ให้เจรจากับอิหร่าน
ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเข้าสู่เดือนที่ 7 ในช่วงปลายเดือนก.ย. นี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





