
หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 ก.ย.) ว่า มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กำลังผลักดันการยกระดับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (EU) ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำแคนาดาเข้าเป็น “สมาชิกสมทบ” (Associate Member) ของกลุ่ม EU
รายงานข่าวระบุว่า แม้ในอดีต EU จะยึดกฎเกณฑ์การรับสมาชิกใหม่อย่างเข้มงวดและไม่เคยผ่อนปรน แต่ครั้งนี้ ทาง EU เปิดรับแนวคิดที่จะริเริ่มสถานะ “สมาชิกสมทบ” ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ให้แก่แคนาดาโดยเฉพาะ
สำหรับรายละเอียดของแผนริเริ่มดังกล่าว แคนาดาและ EU กำลังเจรจาเปิดทางให้สินค้า บริการ และแรงงานเฉพาะทาง เคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้อย่างเสรีในห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ ภาคพลังงาน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง (กลาโหม) และแร่ธาตุสำคัญ เป็นต้น
ข้อตกลงเปิดเสรีนี้จะเปรียบเสมือนการขยายพรมแดนทางเศรษฐกิจของ EU ให้ครอบคลุมแคนาดาในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ได้แก่ การวางสายเคเบิลใต้ทะเลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก, การร่วมทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบคลาวด์จัดเก็บข้อมูล, การพัฒนาระบบโครงข่ายดาวเทียมรุ่นใหม่ ตลอดจนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการส่งออกพลังงานจากแคนาดาไปยังตลาดยุโรป
WSJ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า นายกฯ คาร์นีย์ได้หารืออย่างต่อเนื่องกับผู้นำชาติยุโรปหลายประเทศ โดยเฉพาะ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ถึงความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้ชาวแคนาดาเดินทางเข้ามาพำนักและทำงานในกลุ่มประเทศ EU ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสแถลงยืนยันว่า ปธน.มาครงมีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับนายกฯ คาร์นีย์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ก.ย. นี้ ณ แซ็งปีแยร์และมีเกอลง (Saint Pierre and Miquelon) หมู่เกาะดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสนอกชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของแคนาดา การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการเยือนหมู่เกาะดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของนายกรัฐมนตรีแคนาดา
ทั้งนี้ แคนาดาจำเป็นต้องเร่งเบนเข็มทางยุทธศาสตร์ไปสู่ตลาดยุโรป เนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หวนคืนสู่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่ผ่านมา โดยข้อพิพาททางการค้านี้กระทบต่อมูลค่าการค้าข้ามพรมแดนของทั้งสองฝ่ายแล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์
ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ออกมาวิจารณ์แคนาดาอีกครั้งว่า แคนาดาเป็น “ประเทศที่ดีลด้วยยากที่สุด” พร้อมกล่าวหาว่า “แคนาดาฟันหัวแบะประเทศเรามานานหลายปี” แต่ทรัมป์เชื่อว่าขณะนี้แคนาดากำลัง “อยากทำข้อตกลงใจจะขาด”
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ยังย้ำถึงความตั้งใจที่จะบังคับใช้กำแพงภาษีระลอกใหม่กับรถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนยานยนต์ ที่นำเข้าจากแคนาดา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ดี แผนผลักดันแคนาดาสู่สถานะสมาชิกสมทบของ EU มีแนวโน้มต้องเผชิญอุปสรรคและแรงต้านทางการเมืองอย่างหนักในยุโรป เมื่อพิจารณาจากกรณีตัวอย่างในอดีตของความตกลงทางเศรษฐกิจและการค้าที่ครอบคลุม (CETA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีเดิมระหว่างแคนาดากับ EU ที่มีขอบเขตจำกัดกว่าแผนใหม่นี้มาก แต่กลับต้องเผชิญการคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มผลประโยชน์และภาคการเมืองในยุโรป
แม้ CETA จะบรรลุผลมานานกว่า 10 ปี และมีผลบังคับใช้ชั่วคราวมาถึง 9 ปีแล้ว แต่จนถึงปัจจุบัน ชาติสมาชิก EU หลายประเทศก็ยังคงไม่ยอมให้สัตยาบัน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





