สื่อจีนซัดซีอีโอ Anthropic ปากบอกชะลอพัฒนา AI แต่ใจหวังสกัดจีนพ้นเวทีโลก ลั่นเป็นแทคติกสมัยสงครามเย็น

บทบรรณาธิการโกลบอล ไทม์ส (Global Times) สื่อแท็บลอยด์ที่รัฐบาลจีนหนุนหลัง ระบุว่า บทความของดาริโอ อาโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ที่เสนอให้ชะลอการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีเป้าหมายใช้ตำราสงครามเย็นเล่นงานจีน โดยยกเรื่องความปลอดภัยมาบังหน้า

โกลบอล ไทม์ส ระบุว่า วาระที่แท้จริงของอาโมเดอีคือการพยายามสกัดการพัฒนา AI ของจีนด้วยกำแพงเทคโนโลยีและการผูกขาดกฎเกณฑ์ เพื่อรักษาอำนาจผูกขาดของวอชิงตันในวงการเทคโนโลยีล้ำยุคเอาไว้ แล้วกีดกันจีนออกจากระบบธรรมาภิบาล AI ระดับโลก

บทบรรณาธิการระบุต่อไปว่า “สงครามเย็นด้าน AI ที่ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ นี้ ทั้งหน้าซื่อใจคดและมองการณ์สั้น” พร้อมชี้ว่า การตัดจีนออกจากนวัตกรรม AI ของโลกจะยิ่งเพิ่มต้นทุนการลองผิดลองถูก และเสี่ยงอย่างยิ่งที่ทั่วโลกจะทำ AI หลุดการควบคุม

ทั้งนี้ อาโมเดอีระบุข้อเสนอให้ชะลอการพัฒนา AI ไว้ในบทความของตนเมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย.) โดยมีแซม อัลท์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโอเพนเอไอ (OpenAI) และอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ร่วมสนับสนุน ซึ่งอาโมเดอีได้เสนอแนวทาง 3 ขั้นตอน เพื่อชะลอจังหวะการพัฒนา AI และเปิดทางให้มีเวลาจัดการความเสี่ยง

นอกจากนี้ อาโมเดอียังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการคุมส่งออกชิปไปจีน และจัดการห้องปฏิบัติการวิจัย AI ของจีนที่ต้องสงสัยว่าใช้เทคนิค Model Distillation หรือการนำคำตอบจากโมเดลขั้นสูงของสหรัฐฯ มาป้อนฝึกสอนโมเดลตนเอง

อาโมเดอีให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ (CBS News) เมื่อวันอาทิตย์ว่า การแข่งขันระหว่างบริษัท AI ของสหรัฐฯ กับจีนเป็นโจทย์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมากที่สุดในการตั้งเพดานจำกัดความเร็วของการพัฒนา AI โดยมีความเสี่ยงที่จีนและประเทศคู่แข่งไม่ยอมหยุดพัฒนาตาม

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิจารณ์กลุ่มที่ออกมาส่งเสียงเตือนเรื่องอันตรายจาก AI ว่าเป็นกลุ่มที่มองโลกในแง่ร้ายและยกสถานการณ์สมมุติที่ไม่มีวันเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ต้องรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ต่อไปเพื่อเอาชนะจีน

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ประเทศไอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ว่า “ตอนนี้เรานำหน้าจีนเรื่อง AI อยู่แล้ว เราคือประเทศที่เทคโนโลยีล้ำที่สุดในโลก และเอาตรง ๆ ผมก็จะรักษาไว้แบบนี้แหละ เพราะใครชนะเกม AI คนนั้นชนะทุกอย่าง”

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีขึ้น หลังเกิดกระแสเรียกร้องให้มีการออกกฎระเบียบใหม่เพื่อควบคุม AI ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย สืบเนื่องจากกรณี AI Agent ทำงานนอกเหนือการควบคุมจนเข้าไปแฮกระบบภายนอก ประกอบกับการที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ AI หลายรายตัดสินใจลาออกจากบริษัทเนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงของเทคโนโลยีนี้ ส่งผลให้นักการเมืองสหรัฐฯ ตื่นตระหนกและเรียกร้องให้มีมาตรการรับมือที่เด็ดขาดขึ้น

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์