ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (15 ก.ย.) ตามทิศทางของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดลบในวันจันทร์ (14 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 63,190.37 จุด ลดลง 302.62 จุด หรือ -0.47%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,934.06 จุด เพิ่มขึ้น 16.46 จุด หรือ +0.07%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,879.73 จุด ลดลง 5.60 จุด หรือ -0.14%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.43%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.46%
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วงลงทั่วโลก หลังจากผู้บริหารของบริษัท แอนโทรปิก (Anthropic), โอเพนเอไอ (OpenAI) และเอ็กซ์เอไอ (xAI) ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการพัฒนา AI อย่างรวดเร็ว
ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของแอนโทรปิก ได้เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของ AI ขณะที่แซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ เปิดเผยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า โอเพนเอไอจะยังไม่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปีนี้ โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยี AI
ขณะเดียวกัน การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2566
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline เนื่องจากถูกโดรนโจมตีจนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] และน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ต่างปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันจันทร์
นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันพุธนี้ (16 ก.ย.) เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





