ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (15 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 64,082.36 จุด เพิ่มขึ้น 589.37 จุด หรือ +0.93%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดเช้าที่ 24,859.45 จุด ลดลง 58.15 จุด หรือ -0.23%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,881.41 จุด ลดลง 3.93 จุด หรือ -0.10%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.60%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.85%
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากท่อส่งน้ำมันถูกโจมตีด้วยโดรนที่มีต้นทางมาจากอิรักและได้รับความเสียหาย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะอุปทานชะงักงันในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมัน WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 1.27% แตะระดับ 102.68 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ และสัญญาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 1.25% แตะระดับ 107.00 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลาดยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% ในวันจันทร์ (14 ก.ย.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2566
เฟดมีกำหนดจัดประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 15-16 ก.ย. ตามด้วยการประชุม BOJ ในวันที่ 17-18 ก.ย. โดยนักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ยอดค้าปลีกของจีนขยับขึ้นเพียง 0.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 0.6% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8%
ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 5.2% โดยเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 4.5% และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.8%
ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ร่วงลง 7.2% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ส.ค.) เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งรุนแรงกว่าในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ที่ลดลง 6.7% และสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





