หุ้นไอทีอินเดียทะยาน 5.2% รับอานิสงส์ยักษ์ใหญ่ AI จี้ชะลอการพัฒนา ช่วยลดแรงกดดันต้นทุน

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) อินเดียพุ่งขึ้นสูงสุด 5.2% ในวันนี้ (15 ก.ย.) ตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ทั่วโลก และทำสถิติการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่ดีที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. หลังผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำของโลกเรียกร้องให้ชะลอความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีลง ท่ามกลางความกังวลเรื่องความเสี่ยงของเทคโนโลยีดังกล่าว

หุ้นของบริษัท HCLTech เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นของดัชนีในวันนี้ โดยพุ่งขึ้น 6.21% หลังจากที่ร่วงลงติดต่อกันยาวนานถึง 8 วันทำการ ขณะที่หุ้นของ Infosys และ TCS ปรับตัวขึ้น 4.72% และ 4.76% ตามลำดับ

ก่อนหน้านี้ ดัชนีหุ้นไอทีอินเดียปรับตัวร่วงลงราว 21% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับดัชนีหลักอย่าง Nifty 50 และกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดในตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากแรงเทขายหุ้นของบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วโลก จากความกังวลว่า AI อาจเข้ามาทดแทนและทำให้ธุรกิจบางส่วนของตนล้าสมัยจนหมดความจำเป็น

ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมไอทีของอินเดีย ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางพิเศษ เนื่องจากพึ่งพารายได้ตามชั่วโมงการทำงาน

ปิยูช ปานเดย์ นักวิเคราะห์จาก Centrum Broking กล่าวว่า “การพัฒนา AI ที่รวดเร็วเกินไปเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับองค์กรต่าง ๆ” โดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นในวันนี้เป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราวตามจังหวะตลาด มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้นของปัจจัยพื้นฐานในแนวโน้มอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน ปานเดย์ให้ความเห็นว่า การชะลออัตราการพัฒนา AI ลงอาจช่วยให้บริษัทไอทีของอินเดียมีเวลามากขึ้นในการปรับตัวเข้ากับโมเดลใหม่ ๆ และบริหารจัดการต้นทุนของตนเอง แทนที่จะต้องทุ่มเงินลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อไล่ตามเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การฟื้นตัวของราคาหุ้นเกิดขึ้นหลังจาก ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของแอนโทรปิก (Anthropic) ได้ออกมาเรียกร้องให้ชะลอจังหวะการพัฒนาขีดความสามารถของโมเดล AI ลง เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยความเห็นของอาโมเดอีได้รับการสนับสนุนจาก แซม อัลท์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ (OpenAI) และ อีลอน มัสก์ ผู้บริหารเอ็กซ์เอไอ (xAI)

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจาก AI เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ หลังจากที่ เจคอบ ค็อกซัน นักวิจัยจากแอนโทรปิก ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าบริษัท AI กำลัง “เอาชีวิตของพวกเราไปเดิมพัน”

อย่างไรก็ดี บริษัทผู้ให้บริการไอทีเอาต์ซอร์ส (IT Outsourcing) ของอินเดีย ซึ่งรวมถึง Tata Consultancy Services (TCS), Infosys, Wipro และ HCLTech ได้เริ่มปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อรับมือกับผลกระทบจาก AI แล้ว โดยเปลี่ยนจากการคิดค่าบริการตามชั่วโมงการทำงานมาเป็นการผูกค่าบริการเข้ากับผลลัพธ์ของงานมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าเรียกร้องให้มีการลดราคาอย่างมากและต้องการประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต