
นูโน มาทอส ซีอีโอของ ANZ Group Holdings Ltd. เตือนว่า ความเสี่ยงจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ผู้สร้างและนักพัฒนาเทคโนโลยีคาดไว้ พร้อมระบุว่าไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ธนาคารจะลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่จากการนำ AI มาใช้
มาทอสกล่าวในวันนี้ (15 ก.ย.) ที่งาน Australian Financial Review Asia Summit ในซิดนีย์ว่า ขณะนี้ AI กำลังสร้างความเสี่ยงในอัตราที่รวดเร็วกว่าที่ผู้สร้างและนักพัฒนาเทคโนโลยีคาดการณ์ไว้มาก
มาทอสกล่าวถึงคำเตือนล่าสุดจาก อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ SpaceX, ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic และแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI โดยผู้นำด้าน AI ทั้ง 3 คนออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการพัฒนา AI อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และเสนอให้ชะลอการพัฒนาโมเดล AI ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
มาทอสระบุว่า คำเตือนดังกล่าวสะท้อนว่าความเสี่ยงจากเทคโนโลยี AI สูงกว่าที่ผู้นำในอุตสาหกรรมคาดไว้
เขากล่าวว่า เดิมทุกคนต่างหวังว่า AI จะเข้ามาช่วยยกระดับชีวิต เพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ และช่วยค้นหาวิธีรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นประโยชน์ของ AI แต่หากไม่มีมาตรการควบคุมและข้อจำกัดที่เพียงพอ เทคโนโลยีดังกล่าวก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
มาทอสยังเตือนว่า การนำ AI มาใช้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของสังคม หากทำให้เกิดการสูญเสียงานจำนวนมาก โดยเขาไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่ ANZ จะลดพนักงานเป็นวงกว้างจากผลของ AI ทั้งนี้ ธนาคารฯ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมลเบิร์นมีพนักงานประมาณ 40,000 คน
มาทอสระบุว่า ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ผลกระทบของ AI ได้อย่างแน่นอน และผู้ที่อ้างว่าสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นนั้นกำลังหลอกลวง เพราะไม่มีใครรู้
ขณะที่ Westpac Banking Corp. ซึ่งเป็นธนาคารคู่แข่ง มีมุมมองต่อผลกระทบของ AI แตกต่างออกไป โดยระบุในการนำเสนอต่อนักลงทุนในวันนี้ว่า เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังช่วยคืนเวลาให้แก่พนักงาน
แอนดรูว์ แมคมัลแลน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูล ดิจิทัล และ AI ของ Westpac ระบุว่า AI agents จำนวน 5 ระบบที่ทำงานในธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อผู้บริโภค คาดว่าจะช่วยลดงานที่ต้องดำเนินการด้วยตนเองได้ 250,000 รายการ และเพิ่มเวลาที่พนักงานธนาคารสามารถนำไปใช้กับงานอื่นได้ประมาณ 150,000 ชั่วโมงต่อปี
Westpac ประเมินว่า การทำงานอัตโนมัติในขั้นตอนตรวจสอบสลิปเงินเดือนและรายการเดินบัญชีธนาคารสำหรับสินเชื่อบ้าน จะช่วยประหยัดเวลาได้ประมาณ 100,000 ชั่วโมงต่อปี ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภคจะประหยัดเวลาได้ราว 50,000 ชั่วโมงต่อปี
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





