สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติประชุม กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรณีการพิจารณาสำนวนการไต่สวนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในข้อกล่าวหาที่ 1 และข้อกล่าวหาที่ 2 โดยมีมติสำคัญดังนี้
1. มติข้อกล่าวหาที่ 1 (ช่วยเหลือผู้สมัคร สว.) พิจารณาตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กรณีข้อกล่าวหาว่า กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกหรือไม่ได้รับเลือกเป็น สว.
ผู้ถูกร้องรวมทั้งสิ้น 21 คน (เป็นกรรมการบริหารพรรค/สส./ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 20 คน และบุคคลอื่น 1 คน) มติ กกต.มีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และไม่ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ถูกร้องทั้ง 21 ราย โดยแบ่งรายละเอียดการลงมติดังนี้
- มติเอกฉันท์ (7 ราย): เช่น นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายไชยชนก ชิดชอบ, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์, นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย
- มติ 6 ต่อ 1 (2 ราย): นางสาวพิมพ์ฤดา ตันจรารักษ์ และนายธนยศ ทิมสุวรรณ
- มติ 5 ต่อ 2 (12 ราย): อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย), นายเนวิน ชิดชอบ, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, นายชลัฐ รัชกิจประการ, นายจักรกฤษณ์ ทองศรี, นายกิตติ กิตติธรกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์, นายพิชัย ชมพูพล, นางสาวสุขสมรวย วันทนียกุล และนายภราดร ปริศนานันทกุล
2. มติข้อกล่าวหาที่ 2 (ผู้สมัครยินยอมให้ช่วยเหลือ) พิจารณาตามมาตรา 76 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กรณีข้อกล่าวหาว่า ผู้สมัคร สว. ยินยอมให้กรรมการบริหารพรรค หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.
ผู้ถูกร้องรวมทั้งสิ้น 140 คน ประกอบด้วย สว. ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง จำนวน 137 คน สว. สำรอง (อยู่ในบัญชีรายชื่อ) จำนวน 1 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. บุคคลอื่น จำนวน 2 คน โดยมติ กกต.มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และไม่ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ถูกร้องทั้ง 140 รายเช่นกัน





