
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาออกประกาศเตือนให้พลเมืองชาวอเมริกันทบทวนการเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบีย โดยระบุถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน
คำแนะนำการเดินทางซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่ในวันอังคาร (15 ก.ย.) ได้เตือนเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงจากโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านที่มุ่งเป้าโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ตลอดจนความขัดแย้งทางอาวุธ การก่อการร้าย การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับการใช้งานโซเชียลมีเดีย”
“หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากสู้รบกันเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 การคุกคามด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” คำเตือนระบุ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การออกคำแนะนำดังกล่าวของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศเตือนภัยในนครเมกกะ และพื้นที่อื่น ๆ โดยอ้างถึงการโจมตีจากกลุ่มฮูตี
ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่าสามารถยิงสกัดและทำลายโดรนของกลุ่มฮูตีในพื้นที่ตอนใต้ของนครเมกกะเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร ก่อนที่โดรนจะรุกล้ำเข้าสู่น่านฟ้าในเขตห้ามบินของนครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮูตีได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวในเวลาต่อมา
คำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า กลุ่มฮูตีได้ขู่ที่จะโจมตีซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง พร้อมกับเสริมว่า เศษซากที่ร่วงลงมาจากโดรนและขีปนาวุธที่ถูกยิงสกัด ถือเป็นความเสี่ยงเช่นกัน
“พลเมืองอเมริกันที่อาศัยและทำงานอยู่ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและฐานทัพทหาร อาจเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชายแดนเยเมน” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในคำเตือน พร้อมกำหนดให้พื้นที่บริเวณชายแดนเยเมนเป็นพื้นที่เตือนภัยระดับ 4 หรือ “ห้ามเดินทาง” (Do Not Travel) ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุด เนื่องจาก “มีอันตรายถึงชีวิต”
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





