
ราคาทองดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการร่วงลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้
ณ เวลา 20.27 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] บวก 61.47 ดอลลาร์ หรือ 1.43% สู่ระดับ 4,354.38 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 62.80 ดอลลาร์ หรือ 1.45% สู่ระดับ 4,396.30 ดอลลาร์/ออนซ์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 5% ในวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และเบรนท์ร่วงลงกว่า 1% หลังสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 7.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ การร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ตลาดจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในคืนนี้ รวมทั้งถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 92.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4% ในการประชุมวันนี้ และให้น้ำหนัก 7.3% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมดังกล่าว
หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาดในวันนี้ ก็จะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค.2566 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้ง รวม 1.75%
นักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุในรายงานว่า บริษัทได้เปลี่ยนแปลงคาดการณ์จากเดิมที่มองว่าเฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ มาเป็นการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง โดยเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในวันที่ 16 ก.ย. และอีกหนึ่งครั้งในเดือนธ.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




