
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือรายงานในวันนี้ (19 ก.ย.) ว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาวุธหลายแห่งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และเรียกร้องให้เร่งพัฒนาการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระบบอาวุธทั้งเชิงรุกและเชิงรับ
การตรวจเยี่ยมโรงงานดังกล่าวใช้เวลา 3 วันจนถึงวันศุกร์ (18 ก.ย.) หลังจากเกาหลีเหนือจัดการซ้อมรบด้วยอาวุธยิงสนับสนุนร่วมกันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใช้ทั้งขีปนาวุธแบบทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อน และโดรนโจมตี
ภาพที่ KCNA เผยแพร่แสดงให้เห็นคิม จองอึนกำลังสังเกตการณ์เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่และโดรนภายในโรงงาน
คิม จองอึนกล่าวว่า ความสำเร็จของเกาหลีเหนือในการปรับปรุงศักยภาพด้านกลาโหมในทุกองค์ประกอบ รวมถึงปืนใหญ่ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในองค์ประกอบและวิธีการใช้งานกองกำลังติดอาวุธของประเทศ
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้เร่งขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงกระบวนการทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยกระดับการติดตั้งเกราะและระบบอัตโนมัติให้กับอาวุธปืนใหญ่
นักวิเคราะห์ชี้ว่า เกาหลีเหนืออาจพยายามเลียนแบบการใช้จรวดโจมตีควบคู่กับโดรนของรัสเซียในสงครามกับยูเครน ขณะที่สื่อเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า เกาหลีเหนืออาจส่งออกระบบอาวุธดังกล่าวให้รัสเซีย ขณะที่ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้มองว่าจรวดขนาดใหญ่ดังกล่าวเข้าข่ายขีปนาวุธแบบทิ้งตัว
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (19 ก.ย.) คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ได้ปฏิเสธมติล่าสุดของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยระบุว่ามติดังกล่าวไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เกาหลีเหนือเผชิญ รวมถึงการถูกคุกคามด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากภายนอกอย่างต่อเนื่อง
คิม โยจอง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลี ยังกล่าวหาว่า IAEA มีพฤติกรรมสองมาตรฐานเกี่ยวกับมติดังกล่าวที่มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) โดยระบุว่าหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติยังคงนิ่งเฉยต่อการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และแผนของเกาหลีใต้ที่จะนำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เข้าประจำการ
ทั้งนี้ จีนและรัสเซียเป็น 2 ใน 6 ประเทศที่คัดค้านการรับรองมติดังกล่าวในการประชุมประจำปีของ IAEA ที่กรุงเวียนนา
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





