
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อเรื้อรัง ตลอดจนต้นทุนการชำระหนี้ที่สูงขึ้น และการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายวิตกกังวลไว้ก็ตาม
กอร์เกียวากล่าวระหว่างการเสวนา Qatar Economic Forum ซึ่งจัดขึ้นที่นิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) ว่า “เงินเฟ้อเป็นปัญหาที่เรื้อรัง เราไม่คาดหวังว่าจะมีการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว และนั่นหมายความว่าธนาคารกลางหลายแห่งยังคงต้องใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป”
กอร์เกียวาชี้ว่า การดำเนินนโยบายคุมเข้มเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคายังส่งผลให้ต้นทุนและความยากลำบากในการชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ เธอยังเสริมว่า แม้ IMF มีความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นในการสร้างความเข้มแกร่งทางการคลัง แต่การลงมือปฏิบัติจริงยังคงมีไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ กอร์เกียวายังได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เงินกู้ยืมเพื่อการลงทุน (leverage) และการจัดหาเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุนด้าน AI โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็น “สิ่งที่เราต้องพึงระมัดระวัง”
กอร์เกียวาเตือนว่า “หากเทคโนโลยี AI สร้างความผิดหวัง เนื่องจากเรามีความคาดหวังไว้สูงมาก และหากสิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นจริง ความผิดหวังดังกล่าวก็อาจนำไปสู่ผลกระทบที่สั่นคลอนระบบได้”
กอร์เกียวาระบุเพิ่มเติมว่า ความเสี่ยงจากการจัดหาเงินทุนใน AI นั้น “กระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ เป็นหลัก” ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่น ๆ จำนวนมากในภูมิภาคเอเชียและยุโรปต่างก็ถูกรวมอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ AI ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ กอร์เจียวากล่าวว่า การคาดการณ์เศรษฐกิจโลกฉบับใหม่ของ IMF ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในเดือนต.ค. จะสะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ว่าความเสี่ยงต่าง ๆ จะยังคงอยู่ในระดับสูง
“การรักษาอัตราการเติบโตให้อยู่ที่ระดับประมาณ 3% ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก เมื่อพิจารณาจากผลกระทบทั้งหมดที่เราได้เผชิญมา” จอร์เจียวากล่าว
นอกจากนี้ กอร์เกียวากล่าวว่า เธอมองเห็นสัญญาณเชิงบวกจากดำเนินการที่รวดเร็วในการรับมือกับภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงาน
“แม้จะมีการพูดโลกที่แตกออกเป็นขั้ว และแน่นอนว่าโลกมีความเป็นหนึ่งเดียวน้อยลง แต่โลกของเราต้องพึ่งพาอาศัยกันและร่วมมือกัน” กอร์เกียวากล่าว และเสริมว่า “เราต้องมีความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะความเสี่ยงยังคงอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนได้กลายมาเป็นความปกติใหม่ (new normal)”
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/รัตนา พงศ์ทวิช





