ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะขยายตัว 5.0% ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนก.ค.และคาดว่าเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ที่ 4.2% โดยระบุถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม ADB เตือนว่า สงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางและยูเครน รวมถึงสภาพอากาศที่ผิดปกติซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาคแห่งนี้ไปจนถึงปี 2570
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในรายงานแนวโน้มการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Outlook) ฉบับล่าสุดที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ (23 ก.ย.) ระบุว่า ADB ได้คงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกไว้ที่ 5.1% ในปี 2570 แต่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 3.5% เนื่องจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น และผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งคาดว่าจะส่งผ่านเข้าสู่ราคาสินค้าในระดับสูงสุด
“ไม่เหมือนกับวิกฤตการณ์ส่วนใหญ่ วิกฤตนี้มาพร้อมกับคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับช่วงเวลาที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลต่าง ๆ ต้องใช้ประโยชน์จากจุดนี้ การเตรียมพร้อมหมายถึงการบริหารจัดการทรัพยากรสาธารณะอย่างระมัดระวัง” มาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุในรายงาน โดยอ้างถึงปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดในเดือนพ.ย.
“ธนาคารกลางต่าง ๆ ควรเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการ หากการเพิ่มขึ้นของราคาเริ่มยืดเยื้อ โดยต้องอธิบายการตัดสินใจอย่างชัดเจนเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในนโยบายการเงิน” เขากล่าวเสริม
นอกจากนี้ ADB คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.6% ในปีนี้ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์เมื่อเดือนก.ค. และคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 7.0% เพิ่มขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2568
ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิก มีการขยายตัวที่ระดับ 5.5% และเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 3.0%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช





