SET ปิดภาคเช้าที่ 1,610.83 จุด เพิ่มขึ้น 6.39 จุด (+0.40%) มูลค่าซื้อขายราว 37,378 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากการบวกกระจายกลุ่ม อาทิ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มขนส่งและบริโภค รวมถึงกลุ่มพลังงานทดแทน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-จีน และงบกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า คาดช่วงบ่ายดัชนียังเคลื่อนไหวในแดนบวก ให้กรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดภาคเช้าที่ 1,610.83 จุด เพิ่มขึ้น 6.39 จุด (+0.40%) มูลค่าซื้อขายราว 37,378 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าปรับตัวขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยทำจุดสูงสุดที่ 1,612.25 จุด และทำจุดต่ำสุด 1,602.86 จุด
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ,IAA รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากหุ้นที่ปรับขึ้นเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง อาทิ ขนส่ง และบริโภค รวมทั้งกลุ่มพลังงานทดแทน ซึ่งมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว จากความคาดหวังโครงการที่สนับสนุนพลังงานทดแทน
ขณะที่บรรยากาศการลงทุนต่างประเทศไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ช่วงสั้นตลาดขาดปัจจัยขับเคลื่อน รอติดตามการหารือระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิงผู้นำจีน และติดตามทิศทางราคาน้ำมัน รวมทั้งการเปิดเผยผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนียังเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยให้กรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด หากยืนเหนือแนวต้านระดับดังกล่าวได้ ดัชนีน่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อ
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





