ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบส่วนใหญ่ กังวลบอนด์ยีลด์พุ่ง-เฟดขึ้นดบ. จับตาซัมมิตทรัมป์-สี

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (24 ก.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ในวันนี้

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,476.44 จุด เพิ่มขึ้น 457.49 จุด หรือ +0.70%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,649.45 จุด ลดลง 184.67 จุด หรือ -0.74%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,925.32 จุด ลดลง 11.20 จุด หรือ -0.28%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 1.33%
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลชูซอก


ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 58.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค.

การพุ่งขึ้นของดัชนี PMI ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนหน้า

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 77% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนักมากถึง 95% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มทางการค้าระหว่างสองประเทศ โดยล่าสุด สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธ (23 ก.ย.) ว่า สหรัฐฯ และจีนได้ตกลงที่จะขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570 จากเดิมที่กำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 พ.ย.ปีนี้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข