
ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เปิดเผยแผนการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และคูเวต โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2573 มุ่งเน้นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมชูยุทธศาสตร์ “ความยืดหยุ่นทางดิจิทัล” (Digital Resilience) เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาค
แบรด สมิธ รองประธานกรรมการและประธานบริษัทไมโครซอฟท์ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพุธ (23 ก.ย.) ว่า เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวสะท้อนถึงการเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายขอบเขตการดำเนินงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปัจจุบัน กลุ่มประเทศในอ่าวอาหรับกำลังทุ่มงบประมาณมหาศาลเข้าสู่อุตสาหกรรม AI เพื่อเป้าหมายในการกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยอาศัยความได้เปรียบด้านพื้นที่และต้นทุนพลังงานราคาถูกเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ระดับโลก (Hyperscalers) ให้เข้ามาลงทุน
อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคดังกล่าวยังคงเผชิญความท้าทายหลายประการ ทั้งข้อจำกัดในการเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูง รวมถึงความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์โจมตีดาต้าเซ็นเตอร์หลายครั้ง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ของอะเมซอน (AWS) ในประเทศบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สมิธระบุว่า ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้าแผนการลงทุนทั้งหมดตามที่เคยวางไว้ก่อนเกิดความขัดแย้ง และยังได้เร่งแผนการจัดสรรงบประมาณเชิงรุกมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทกำลังร่วมมือกับรัฐบาลในกลุ่มชาติอ่าวอาหรับเพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภาวะวิกฤต และการปกป้องข้อมูลสำคัญยิ่งยวด ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของมาตรการสร้างความยืดหยุ่นทางดิจิทัล
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังมีแผนจัดสรรเงินลงทุนกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำและโครงข่ายภาคพื้นดินทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางภายในปี 2573
ด้านความร่วมมือในระดับท้องถิ่น ไมโครซอฟท์ยังคงเดินหน้ากระชับความเป็นพันธมิตรกับบริษัท AI ระดับชาติ หนึ่งในนั้นคือบริษัท G42 ของอาบูดาบี ซึ่งไมโครซอฟท์เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยด้วยมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2567 และส่งผลให้สมิธได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร
นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังร่วมงานกับบริษัทฮิวเมน (Humain) ของซาอุดีอาระเบีย และบริษัทไค (Qai) ของกาตาร์ ในโครงการสำคัญของแต่ละประเทศ แม้ไม่มีแผนอัดฉีดเม็ดเงินร่วมลงทุนในสองบริษัทดังกล่าวก็ตาม
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





