
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีนกล่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ว่า ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างมีศักยภาพและความรับผิดชอบในการพัฒนาและบริหารจัดการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติ พร้อมทั้งต้องรับประกันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะ “อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เสมอ”
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า หลังจากกล่าวถึงประเด็น AI ในพิธีต้อนรับ ผู้นำจีนได้หารือกับปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยแสดงความหวังว่า สหรัฐฯ จะคัดค้าน “การแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน” และจัดการประเด็นเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ด้วยความระมัดระวัง
จีนอ้างสิทธิ์ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน และตั้งเป้าที่จะดึงเกาะดังกล่าวกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังหากจำเป็น โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ปธน.สีได้ย้ำชัดถึงจุดยืนของจีนในการปกป้องความเป็นเอกภาพแห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน
ในพิธีต้อนรับ สีกล่าวว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วันในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ “กระชับมิตร” และ “ขยายความร่วมมือ” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศยกระดับการสื่อสารระหว่างกันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ผู้นำจีนยังกล่าวอีกว่า จีนและสหรัฐฯ ควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีส่วนร่วมในการแข่งขันอย่าง “สร้างสรรค์” โดยจีนพร้อมเปิดรับการลงทุนจากอเมริกา และหวังว่าบริษัทจีนจะได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมในสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้กองทัพของทั้งสองประเทศรักษาการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงกลไกการสื่อสารและการป้องกันวิกฤตให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ปธน.สีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างกันได้ และจีนจะเชิญเยาวชนชาวอเมริกันจำนวน 100,000 คนเดินทางมาศึกษาต่อที่จีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ปธน.สียังเปิดเผยด้วยว่า หมีแพนด้ายักษ์ 2 ตัวจากจีนจะเดินทางถึงสวนสัตว์แอตแลนตาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยเรียกสัตว์ยอดนิยมชนิดนี้ว่าเป็น “ทูตแห่งมิตรภาพ”
รายงานระบุว่า ในระหว่างการประชุมสุดยอด ผู้นำทั้งสองได้หารือถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วย โดยปธน.สีได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาโดยเร็วที่สุด
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





