ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.50 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่าหลังตัวเลขศก.สหรัฐฯ ดีกว่าคาด

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 33.50 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.34 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เช้านี้เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่อนค่า ปัจจัยจากดอลลาร์ที่แข็งค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วออกมาดีกว่าคาด ประกอบกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อ

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงนี้คือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางราคาทองคำและน้ำมันในตลาดโลก

นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.80 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.80 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 157.93 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1380 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1390 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.425 บาท/ดอลลาร์

– กระทรวงการคลัง รายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 69 (ต.ค. 68-ส.ค. 69) ว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิอยู่ที่ 2,606,845 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 57,498 ล้านบาท หรือ 2.3% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4% จากเป้าหมายอยู่ที่ 2,549,347 ล้านบาท เนื่องจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่อยู่ในเกณฑ์ดี, กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง จ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมจากกำไรสะสม และรัฐวิสาหกิจบางแห่งมีการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าที่ประมาณการไว้ เนื่องจากผลประกอบการที่ดีขึ้น และการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล

– ฝนถล่มกรุงเทพฯ ต่อเนื่องกระทบเศรษฐกิจเมืองหลวงประเทศไทย ภาคธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าจำเป็น นักการตลาด ประสานเสียงกำลังซื้ออ่วมระยะสั้น รายจ่ายพุ่ง เหตุเงินเก็บถูกดึงมาใช้ซ่อมบ้าน-รถ หวังไฮซีซันปลุกมู้ด ผู้ประกอบการประสานเสียง “ลดราคา-ยืดผ่อนสินค้า” เอื้อการเข้าถึงต่อชีวิตช่วงวิกฤติ

– นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินน้ำท่วมกรุงเทพฯ “อมรเทพ” ชี้กระทบเศรษฐกิจวงจำกัด ห่วงซ้ำเติมกำลังซื้อ-ความเชื่อมั่น แนะรัฐลงทุนป้องกันมากกว่าแจกเงิน ห่วงประชาชนลดความเชื่อมั่นรัฐบาล “ธนวรรธน์” ระบุผลกระทบต่างจังหวัดหนักกว่ากรุงเทพฯ “อัทธ์” คาดกระทบเศรษฐกิจเมืองหลวงหมื่นล้าน ส.อ.ท.ยอมรับภาคธุรกิจตั้งรับไม่ทัน บล.กสิกรไทย คาดน้ำท่วมฉุดจีดีพีทั้งปีร่วง 0.1-0.2%

– สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงราว 2% ในวันศุกร์ (25 ก.ย.) ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงกระแสข่าวที่ว่าสหรัฐฯ อาจห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล แม้นักลงทุนยังกังวลว่าการโจมตีซาอุดีอาระเบียที่เพิ่มขึ้นโดยกลุ่มฮูตีอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากผู้ผลิตรายสำคัญในตะวันออกกลางก็ตาม

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ (25 ก.ย.) แต่ปรับตัวลงในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง สัญญาณจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงิน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น กดดันความน่าสนใจของทองคำ

– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (25 ก.ย.) ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่ดอลลาร์ยังคงแข็งค่าเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน จากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้น หลังญี่ปุ่นระบุว่า สหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นในจุดยืนที่นำไปสู่การแทรกแซงตลาดเงินร่วมกันเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา

– สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (26 ก.ย.) ว่า เขาได้ส่งผู้แทนพิเศษเดินทางไปทั่วโลกเพื่อกดดันประเทศต่าง ๆ ให้ร่วมมือกันโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจ พร้อมยกย่องมาตรการบีบบังคับใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่สายการบินและสถาบันการเงินของอิหร่าน

– ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (26 ก.ย.) ว่า เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่าน เกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับกล่าวว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และขณะนี้มีน้ำมันจำนวนมหาศาลกำลังถูกขนส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา