HILITE: กทม.อ่วมจมน้ำหนักดันแรงซื้อ Panic Buy หนุนกลุ่มค้าปลีก-ซ่อมแซมบ้านระยะสั้น

เมื่อเวลา 10.08 น.

HMPRO บวก 4.84% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาที่ 6.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 177.96 ล้านบาท

GLOBAL บวก 4.65% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาที่ 6.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 83.38 ล้านบาท

DOHOME บวก 5.29% เพิ่มขึ้น 0.18 บาท มาที่ 3.58 บาท มูลค่าการซื้อขาย 54.08 ล้านบาท

ILM บวก 2.19% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาที่ 14.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7.13 แสนบาท

MRDIYT บวก 1.70% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท มาที่ 8.95 บาท มูลค่าการซื้อขาย 14.16 ล้านบาท

CPAXT บวก 1.38% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 14.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 32.14 ล้านบาท

BJC บวก 1.68% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาที่ 18.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 31.95 ล้านบาท

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า สถานการณ์ฝนใน กทม.เริ่มคลี่คลาย กทม.ชี้แจงว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน เราอยากจะ recall ว่าน้ำท่วมเกิดขึ้นและกระทบต่อ retailers ทุกปี บน House view เรายังมีมุมมองว่าปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2025 และเป็นเพียงปัจจัยหนุนระยะสั้น โดยปกติทุกปีเดือน ก.ย. จะเป็นเดือนที่ฝนเยอะที่สุด และค่อยๆลดลง (อิงกรมอุตุนิยมวิทยา) สะท้อนว่าเราอยู่ช่วงที่ฝนตกหนักที่สุดของปีและกำลังผ่านไป

เรากำลังรวบรวม feed back จากบริษัท เบื้องต้นเราสังเกตถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ Panic Buy และกักตุนสินค้าจากร้านค้าปลีกทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเกิดขึ้นใน 1-2 วันที่ผ่านมา

*CPALL, CPAXT และ BJC ได้ประโยชน์ใกล้เคียงกัน: Hypermarket อย่าง CPAXT, BJC มี inventory เพียงพอตอบสนองความต้องการได้มากกว่าร้านขนาดเล็ก ขณะที่ CPALL มีจุดแข็งคือ สัดส่วนสาขาในกรุงเทพฯสูงที่สุดในกลุ่ม โดยแต่ละรายมีสัดส่วนร้านในกทม.และปริมณฑลดังนี้

  • 7-Eleven: 41%
  • Makro 32%
  • Lotus’s: อยู่ระหว่างรวบรวม
  • BigC: Hyper+Supermarket 23% และ Mini 15%

*DOHOME และ HMPRO ได้ประโยชน์จากดีมานด์ซ่อมแซมบ้านมากกว่า GLOBAL จากสัดส่วนสาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่สูงกว่า

  • HMPRO : 29%
  • DOHOME: 22%
  • GLOBAL: 4%

*CRC ได้ประโยชน์แต่น้อยกว่ากลุ่ม เนื่องจากสัดส่วนรายได้ของ Tops, Go wholesale และไทวัสดุ รวมกันคิดเป็นเพียง 47% ของรายได้รวม

*MRDIYT เรามองเป็นกลางจากดีมานด์สินค้าHousehold ที่เพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนสาขาในกทม. คิดเป็น 10% อย่างไรก็ตามเรามองว่า MR.D.IY. ไม่ใช่ top of mind ที่ลูกค้าเลือกเข้าร้านในสถานการณ์วิกฤต (-) MOSHI เรามองกระทบเล็กน้อยจากดีมานด์ในสาขากทม.และปริมณฑล สัดส่วนสาขา 32% ที่อาจชะลอลงสั้นๆ

*CPN ถูกกระทบเล็กน้อย: จาก traffic ที่ลดลงในช่วงที่เกิดน้ำท่วม (คาดการณ์แค่ 2-3 วัน) ยอดขายจาก Tops ที่ดีขึ้นจากกักตุนไม่ได้ส่งผลบวกต่อ CPN โดยตรง เนื่องจากเป็นผู้เช่าสัญญา Fix rent แต่เราคาดว่า traffic โดยรวมจะค่อยๆดีขึ้นในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม แนะนำเพียงเก็งกำไรหุ้นที่ 1) ได้ประโยชน์จากกักตุนสินค้าและความต้องการซ่อมแซม 2) ราคาหุ้นอยู่ถูกเทขายในช่วงที่ผ่านมาจนราคาถูก อาทิ DOHOME, HMPRO, CPALL, CPAXT และ BJC