ทรัมป์ย้ำ! กำลังพิจารณาอย่างจริงจัง แบนส่งออกดีเซล

“เรากำลังพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก เราอาจทำก็ได้” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์แสดงท่าทีสนับสนุนการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่ราคาดีเซลขายปลีกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเมื่อต้นเดือนนี้เขากล่าวว่า จะมีการตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะดำเนินการห้ามส่งออกหรือไม่ “ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

ด้านนายคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ กล่าวว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณามาตรการจำกัดการส่งออก แทนที่จะเป็นการห้ามโดยสิ้นเชิง ขณะที่สำนักข่าว Politico รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมแผนห้ามส่งออกดีเซลเป็นเวลา 90 วัน

แนวคิดที่ว่าสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก อาจใช้มาตรการห้ามส่งออกโดยสิ้นเชิง ได้ก่อให้เกิดเสียงคัดค้านอย่างหนักจากอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทำให้วิกฤตเชื้อเพลิงทั่วโลกเลวร้ายลง

ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งการทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยความขัดแย้งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันและเชื้อเพลิงที่มีความสำคัญ

เมื่อวันศุกร์ ราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 6.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน  เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่ 6.53 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 22 กันยายน

นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า การจำกัดการส่งออกจากสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาดีเซลในสหรัฐลดลงในระยะแรก แต่หลังจากนั้นอาจเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ส่งผลเสียในระยะต่อไป

ส่วนนักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุในรายงานว่า “ไม่เพียงแต่ราคาดีเซลทั่วโลกจะสูงขึ้นเท่านั้น แต่อาจเกิดวงจรย้อนกลับมายังราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐ เนื่องจากโรงกลั่นต้องปรับระดับการเดินเครื่อง”

ทั้งนี้ ในสหรัฐ ราคาดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเพิ่มภาระทางการเงินให้กับเกษตรกรและแรงงานภาคเกษตร ตลอดจนคนขับรถยนต์และครัวเรือนต่าง ๆ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) เป็นหนึ่งในองค์กรที่ออกมาคัดค้านอย่างรวดเร็วต่อแนวคิดการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วปธน.ทรัมป์แสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวในช่วงแรก

นายไมค์ ซอมเมอร์ส ซีอีโอของ API  กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การจำกัดการส่งออกพลังงานของสหรัฐมีแต่จะทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น ทำให้ปัญหาในการกลั่นน้ำมันรุนแรงขึ้น และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “คำตอบคือการเพิ่มอุปทานและเพิ่มความยืดหยุ่น ไม่ใช่การออกข้อจำกัดใหม่ที่เสี่ยงต่อการทำให้สถานการณ์ที่ยากลำบากอยู่แล้วเลวร้ายลง”

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย โดยกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าว “กำลังทำร้ายโลก” ขณะที่การหยุดชะงักของอุปทานเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาดีเซลในสหรัฐพุ่งสูงขึ้น

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

ข่าวล่าสุด