ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้ารีบาวด์ตามภูมิภาคแต่อัพไซด์จำกัดบอนด์ยีลด์สูงดัน Fund Flow ไหลออกต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสเปิดรีบาวด์ตามภูมิภาครับอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบชะลอ-หุ้นเทคฟื้น แต่อัพไซด์ยังจำกัดจาก Fund Flow ทะลักต่อเนื่องหลังบอนด์ยีลด์ยังสูง และต้องเกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ให้กรอบเคลื่อนไหว 1,590-1,610 จุด

นายชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] คาดดัชนีมีโอกาสเปิดรีบาวด์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค รับปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบย่อลงหลังมีข่าวสหรัฐฯ เตรียมระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน ประกอบกับซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันผ่านท่อ East-West เพิ่มขึ้น ช่วยผ่อนคลายความกังวลเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะสั้น

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียังมีแนวโน้มฟื้นตัวตามหุ้นเทคฯ ในภูมิภาค หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการชะลอการพัฒนา AI ส่งผลเชิงบวกต่อ Sentiment การลงทุนในกลุ่มนี้

อย่างไรก็ดี ประเมินกรอบการปรับขึ้นยังคงจำกัด แม้ราคาน้ำมันย่อตัวแต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมทั้งทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั้งในไทยและภูมิภาค เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ยังทรงตัวในระดับสูง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ช่วงท้ายการซื้อขายวันนี้จะมีการ Rebalance ของดัชนี SET50 ก่อนปิดไตรมาส 3/69 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผันผวน โดยเฉพาะหุ้น DELTA มีโอกาสได้รับแรงหนุนจาก Passive Fund เนื่องจากปัจจุบันมีน้ำหนัก Market Cap อยู่ที่ราว 7.85% ต่ำกว่า 10% และมีโอกาสเพิ่มน้ำหนักการลงทุน

ประเมินกรอบแนวรับ 1,590 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (29 ก.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่51,349.92 จุด ลดลง 131.59 จุด หรือ -0.26%   ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่  7,670.84 จุด ลดลง 12.85 จุด หรือ -0.17% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่  26,797.54 จุด ลดลง 22.84 จุด หรือ -0.09% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่  66,128.59 จุด เพิ่มขึ้น 647.32 จุด หรือ +1.0%  ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ  24,393.88 จุด ลดลง 129.69 จุด หรือ -0.53% และ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,839.25 จุด เพิ่มขึ้น 8.80 จุด หรือ หรือ +0.23%  ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 1% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (29 ก.ย.) 1,594.30 จุด ลดลง 8.07 จุด (-0.50%) มูลค่าซื้อขาย 79,098.74   ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (29 ก.ย.) 7,675.04  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน พ.ย.. (29  ก.ย..) ลดลง 3.22 ดอลลาร์ หรือ 3.48% ปิดที่ 89.38   ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (29 ก.ย..) อยู่ที่  3.69  ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.54/55 แข็งค่าตามภูมิภาค จับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ คืนนี้  

– ครม.ระดมแผนรับมือน้ำท่วม จัดทัพรองนายกฯ บริหารพื้นที่ พร้อมอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 1.6 แสนล้านบาท เริ่มปี 2570 ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่ ลดความเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี เร่งโครงการบางบาล-บางไทร เชื่อมระบายน้ำภาคกลาง เคาะงบประมาณกลาง 69 วงเงิน 4,731 ล้านบาท ให้ ปภ.เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 รวม 24 จังหวัด และ กทม. 

– รัฐบาลคิกออฟประกันภัยพิบัติแห่งชาติ 1 ต.ค.นี้ บริษัทประกันภัย ลังเลเข้าร่วมโครงการผวาวงเงิน คุ้มครองสูง 75,000 ล้านบาท โฆษกรัฐบาลยอมรับเอกชนเจรจาต่อรองตัวเลขขั้นสุดท้าย เหตุ ปภ. ขอเพิ่มวงเงินคุ้มครอง วงในเผยเสี่ยงสูงภาวะโลกร้อนทำให้เกิดเหตุภัยพิบัติทั้งน้ำท่วม ดินถล่มรุนแรง ขีดเส้นต้องประกาศ “เขตภัยพิบัติ” ตั้งแต่ 1 ต.ค.69 เท่านั้น “สมาคมประกันวินาศภัยไทย” เร่งถกบริษัทสมาชิกหาข้อสรุปให้ทันรัฐบาลกดปุ่มเริ่มโครงการ เตรียมส่ง “ประกันภัยต่อ” 

– น้ำท่วมกระทบ 48 จังหวัด ฉุดกิจกรรมเศรษฐกิจ ประเมินความเสียหาย 33,000 ล้านบาท กด GDP ไตรมาส 3 ขณะที่ร้านอาหารยอดขายวูบ 80% โรงงาน-เอสเอ็มอีสะดุด เสี่ยง Supply Shock กระทบส่งออก ซ้ำเติมอสังหาโค้งท้ายชะลอตัว ด้าน ATTA ชี้ท่องเที่ยวเสียหายจากการเดินทางสะดุด ต้นทุนพุ่ง เสนอรัฐเร่งเยียวยา 

– “คลัง” เผยไทยผงาดอันดับ 2 ของโลกด้านท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เตรียมชูข้อเสนอ Longevity Economy ถกเวที IMF-World Bank 2026 พลิกวิกฤตสังคมสูงวัยสู่โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ โบรกฯ ชี้ตลาดเที่ยวเชิงสุขภาพขยายตัว 10-15% ต่อปี ชู 4 หุ้นโรงพยาบาลเด่น  

– อุตสาหกรรมรถยนต์จีนเข้าสู่โหมด “รื้อโครงสร้าง” หลังสงครามราคา-ศึกอีวี กดดันค่ายรถรัฐวิสาหกิจเร่งรวมทรัพยากร ลดการแข่งซ้ำซ้อน ล่าสุด FAW จ่อขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ GAC ที่กำลังขาดทุนหนักพร้อมดึงธุรกิจ “โตโยต้า” เสริมแกร่งฐานกำไร 

– กกต.เล็งดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แทนกาบัตร นำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น-แทนตำแหน่งว่าง ก่อนขยายใช้เลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขต-สส. ชู Stand Alone กันแฮ็ก รู้ผลไว ลดคนประจำหน่วย-ประหยัดงบ “เท้ง” ยันไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ช่องโหว่บาร์โค้ดระบุตัวผู้มีสิทธิได้ ย้ำต้องตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ “อ.ปริญญา” ลั่นไทยต้องเลือกตั้งแบบ “ลับโดยสมบูรณ์” เท่านั้น เหตุยังไม่ไว้ใจ กกต.จะสุจริต เที่ยงธรรม  

– ครม.ไฟเขียวแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบ 70 ส่งผลสัดส่วนหนี้พุ่งไปที่ 69.7% ต่อจีดีพี สบน.ลั่นยังไม่ทะลุเพดานที่ 70% การันตี “ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2” ได้ใช้แน่ เพราะเบิกเงินไปแล้ว “ภัทร์ดา รัสมิ์” เผยเคาะจ่ายเกษตรกรไร่ละพันอีก 2.3 แสนครัวเรือน พร้อมผุดบ้านเช่าผู้มีรายได้น้อยใน 4 จังหวัด “สกลนคร-ภูเก็ต-เลย-นราธิวาส” 

– Krungthai CIO มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น จากแรงหนุนกลุ่มเทคโนโลยีและ AI สะท้อนนักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงในบางกลุ่ม แม้ยังมีแรงกดดันจากบอนด์ยิลด์สหรัฐ อายุ 10 ปีที่พุ่งเหนือ 5% แนะระยะสั้นรอจังหวะตลาดอ่อนตัว โดยทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานกำไรแข็งแกร่ง พร้อมใช้กลยุทธ์ Barbell ระหว่าง Quality Growth และ Healthcare เพื่อกระจายความเสี่ยง 

 *หุ้นเด่นวันนี้

– DELTA (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 313.00 บาท ตลาดเอเชียเหนือฟื้น 1% ในเช้านี้ รับอานิสงส์ Bond yield ลดช่วงบวก หลังสหรัฐปล่อย SPR พร้อมเรียกร้องให้ EU ปล่อย SPR เช่นกัน คาด DELTA มีโอกาสถูก Passive Fund  SET50 เพิ่มน้ำหนัก 1.06 พันลบ. Rebalance ราคาปิดวันนี้

– EASTW (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 6.70 บาท  คาดกลับมาครองส่วนแบ่งความต้องการใช้น้ำดาตาเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น โดยได้เปรียบโครงข่ายท่อส่งน้ำครอบคลุมและกำลังการผลิตน้ำสูง ความต้องการใช้น้ำจากดาตา เซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น จะหนุนปริมาณขายและผลักดันกำไรเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 41% ในช่วงปี 2569–73 ขณะที่การใช้เงินลงทุนที่จำกัดจะช่วยลดภาระหนี้และเพิ่มกระแสเงินสด  คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท โดยมองว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพการเติบโตของ EASTW จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเต็มที่

– AWC  (พาย) ราคาเป้าหมาย 3.30 บาท คาดกำไรปกติ 2H26 โตเด่น YoY หนุนจากยอดจองห้องพักเติบโต 20%-30% YoY และมีปัจจัยบวกที่รออยู่คือความชัดเจนของแผนจัดตั้งกอง REIT ภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ 

โดย วรินทร ศิรินอก