
สศอ. ปรับปรุงโครงสร้างดัชนีอุตสาหกรรม (MPI) ใหม่ หนุนดัชนี MPI เดือนส.ค. 69 โต 4.44%YoY รับแรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก พร้อมเพิ่มคาดการณ์ MPI ปีนี้โต 2.75-3.75% GDP อุตฯ 0.8-1.8%
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สศอ. ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างดัชนีอุตสาหกรรม ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนส.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว 4.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) ขยับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 58.28%
ขณะเดียวกัน จากการปรับปรุงดัชนีอุตฯ ส่งผลให้ สศอ. ปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 69 ดังนี้ MPI เติบโต 2.75-3.75% (จากเดิม 0.0-0.5%) และ GDP อุตสาหกรรม เติบโต 0.8-1.8% (จากเดิม 0.75-1.75%)

ปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อ MPI เดือนส.ค. 69 ได้แก่
– ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกขยายตัวต่อเนื่อง : จากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และการลงทุน Data Center
– มาตรการภาครัฐ : โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อ และลดราคาน้ำมันดีเซล 2.40 บาท/ลิตร ช่วยบรรเทาต้นทุนค่าขนส่งในระยะสั้น
– ค่าเงินบาทอ่อน : เดือนส.ค. 69 ค่าเงินโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 33.20 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่า 1.7%YoY (32.60 บาท/ดอลลาร์ ในเดือนส.ค. 68)
อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยลบ ได้แก่
– สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ : ต้นทุนผันผวน จากราคาพลังงานและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น กดดันภาคอุตสาหกรรม กระทบการจัดหาวัตถุดิบและความต่อเนื่องในการผลิต
– การแข่งขันกับสินค้านำเข้า : ตลาดในประเทศเผชิญแรงกดดันจากสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ

*อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวก เดือนส.ค. 69
– อุปกรณ์สื่อสาร : ขยายตัว 24.41% จากอุปกรณ์ในการรับ/ส่งสัญญาณแบบออปติคอล จากกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI/Data Center ทั่วโลกที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งอาจมีการเร่งผลิตเพื่อส่งออกล่วงหน้า
เนื่องจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ประกอบกับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวเนื่อง
มีคำสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น
– ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม : ขยายตัว 8.14% จากน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันเบนซิน
ที่มีการขยายตัวจากฐานต่ำในปีก่อน เนื่องจากโรงกลั่นบางรายหยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามวาระ (Major Turnaround) ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 68
– ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ : ขยายตัว 14.55% จาก Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นหลัก ตามการขยายตัวของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีนำเข้า

*อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบ เดือนส.ค. 69
– พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้น : หดตัว 13.37% จาก Polyethylene (PE), Ethylene และ Polypropylene (PP) เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง และบางรายมีการขาดแคลนวัตถุดิบจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
– คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง : หดตัว 10.91% จาก Hard Disk Drive (HDD) เป็นหลัก เนื่องจากฐานสูงในปีก่อนที่ผู้ผลิตมีการเร่งผลิตรองรับคำสั่งซื้อที่ค้างจากช่วงก่อนหน้า ประกอบกับอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าบางตลาด
ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของการค้าโลก
– เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน : หดตัว 7.64% จากเหล็กเส้นข้ออ้อย เหล็กลวด และเหล็กเส้นกลม เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง ประกอบกับคำสั่งซื้อจากลูกค้าลดลง ขณะที่ตลาดในประเทศ
ยังเผชิญแรงกดดันจากการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปราคาต่ำ
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคอุตสาหกรรม นายศุภกิจ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมและประเมินข้อมูลสถานการณ์

นายศุภกิจ กล่าวว่า สศอ. ได้ทำการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เพื่อให้ MPI สามารถสะท้อนโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยให้เป็นปัจจุบัน ครอบคลุมการลงทุนใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาดโลก
โดย สศอ. ได้เพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการผลิต ได้แก่
- การผลิตเครื่องโน้ตบุ๊กและแล็ปท็อป
- การผลิตอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver)
- เครื่องสำรองไฟสำหรับหน่วยประมวลผลข้อมูล
- เพิ่มกลุ่มตัวอย่างโรงงานที่เปิดดำเนินการใหม่ใน 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. การผลิต Integrated Circuits และ 2. การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
นายศุภกิจ กล่าวว่า การปรับปรุงโครงสร้างดัชนีอุตสาหกรรม จะทำให้การจัดทำดัชนีครอบคลุมกิจกรรมการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ดี การจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักแบบคงที่ (Fixed Weight) หรือปีฐาน ซึ่งปัจจุบันใช้ปี 2564 เป็นปีฐาน แต่โครงสร้างอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและอาจใช้เวลาน้อยกว่า 5 ปี บางประเทศจึงใช้วิธีปรับค่าถ่วงน้ำหนักเป็นรายปีผ่านการเชื่อมโยงดัชนีแบบต่อเนื่อง (Chain-link Approach) อาทิ สิงคโปร์ รวมถึงการสำรวจผลิตภัณฑ์และโรงงานที่มีการลงทุนใหม่ในประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับความถูกต้อง และต่อเนื่องของข้อมูลที่จะนำมาจัดทำดัชนีอุตสาหกรรม
ดังนั้น สศอ. จะนำแนวทางดังกล่าวมาทดสอบในระยะต่อไป เพื่อให้ดัชนีสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับหลักวิชาการที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์




