ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้ารีบาวด์จำกัด แม้เงินเฟ้อสหรัฐต่ำคาดหนุนระยะสั้น แต่น้ำท่วมไทยกดดัน

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ลุ้นรีบาวด์ หลังเมื่อวานนี้ปรับตัวลงแรง โดยมีปัจจัยหนุนจากการรายงานเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐเมื่อคืนนี้ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด ช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะสั้น แต่อาจจะยังปรับตัวขึ้นได้จำกัด เพราะยังมีความเสี่ยงผลกระทบน้ำท่วมที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น และติดตามทิศทางของ Fund Flow ต่างชาติ พร้อมให้แนวต้าน 1,580 จุด แนวรับ 1,550 จุด

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดว่ามีโอกาสรีบาวด์ได้ หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวลงไปค่อนข้างแรง โดยที่มีปัจจัยที่ทำให้ลดแรงกดดันของตลาดลงหลังจากเมื่อคืนนี้รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐออกมาต่ำกว่รที่ตลาดคาด ทำให้เป็น Sentiment ที่หนุนต่อตลาดหุ้นได้ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามมองว่าการปรับตัวขึ้นยังค่อนข้างอยู่ในกรอบจำกัด เพราะปัจจัยในประเทศยังมีความเสี่ยงจากประเด็นน้ำท่วมที่อาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นได้ และยังต้องติดตามทิศทางของกระแสเงินทุน (Fund Flow) ต่างชาติ

พร้อมให้แนวต้าน 1,580 จุด แนวรับ 1,550 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (30 ก.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 50,906.05 จุด ลดลง 443.87 จุด หรือ -0.86%  ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,651.54 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.25% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,861.06 จุด เพิ่มขึ้น 63.52 จุด หรือ +0.24% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 67,106.52 จุด เพิ่มขึ้น 352.80 จุด หรือ +0.53% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.8%  ตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันชาติจีน

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (30 ก.ย.) 1,594.30 จุด ลดลง 35.29 จุด (-2.21%) มูลค่าซื้อขาย 121,003.14 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (30 ก.ย.) 10,753.44   ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน พ.ย.. (30  ก.ย..) เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.16% ปิดที่ 90.42  ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (30 ก.ย..) อยู่ที่  5.33  ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.64/65 อ่อนค่า รับราคาทองย่อลง คาดกรอบวันนี้ 33.55-33.75 

-“ภาครัฐ-เอกชน” ชี้ผลกระทบ “การบินไทย” หยุดบริการคาร์โกถึง 6 ต.ค.หลังพนักงานยังติดปัญหาน้ำท่วม “หอการค้า” ระบุชี้มีปัญหาสะสมมาก่อนหน้านี้ เปลี่ยนไปใช้สายการบินอื่นลำบาก “สรท.” ระบุ กระทบซัปพลายเชนผู้ส่งออก ฉุดความเชื่อมั่นจากคู่ค้า “พาณิชย์” กระทบส่งออกอิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้ “คมนาคม” ขอการบินไทยเปิดบริการคาร์โก 

-“สภาพัฒน์” ปักธง “แผนฯ 14 ปฏิรูป-เปลี่ยนแปลงประเทศ” ตั้งเป้าจีดีพีโตเฉลี่ยมากกว่า 3% ต่อเนื่องรุกปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ดันขีดความสามารถแข่งขันขึ้นท็อป20ของโลกปี 72 ชู “TRUST” ขับเคลื่อนแผน 

-น้ำท่วมไทยกระทบ “โรงงานโตโยต้า 4 แห่ง” หยุดดำเนินงานชั่วคราว ส.อ.ท.ชี้น้ำท่วมกระทบโรงงานประกอบรถยนต์จำกัด ยืนยันซัปพลายเชนไม่พัง แต่ติดล็อก “พนักงานเข้าโรงงานไม่ได้” ค่ายรถปรับแผนสลับวันหยุดเร่งผลิตชดเชย 

-“แบงก์ชาติ” ห่วงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ซ้ำเติมภาคครัวเรือนเอสเอ็มอีเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาหนี้เดิมอยู่แล้ว อาจเผชิญผลกระทบมากขึ้น เร่งแบงก์ช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่ม 

-หอการค้าไทยขอสนับสนุนรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ เร่งสรุปความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ หรือเออาร์ที เพื่อรักษาอัตราภาษีรวมให้อยู่ในกรอบประมาณ 19% หรือไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญในอาเซียน นับตั้งแต่สหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีต่างตอบแทนเมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และหอการค้าไทยทำงานร่วมกันต่อเนื่อง จากเดิมที่ไทยเผชิญอัตราภาษีภายใต้กฎหมายไออีอีพีเอ ที่ 36% ก่อนการเจรจาจะช่วยลดกรอบลงมาเหลือ 19% ต่อมาสหรัฐ เปลี่ยนมาใช้มาตรา 122 ในอัตรา 10% และปัจจุบันกำหนดภาษีภายใต้มาตรา 301 สำหรับสินค้าไทยไว้ที่ 12.5% ในประเด็นแรงงานบังคับ 

-ททท. เร่งสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น หลังสื่อโลกรายงานความเสี่ยง ขณะที่ 13 ประเทศประกาศเตือนภัย ชี้ปัญหาเกิดเฉพาะจุด กระตุ้นตลาดเที่ยวในพื้นที่พร้อมเดินหน้าระดม 100 อีเวนต์ใหญ่ ปลายปี 2569 ดึงนักท่องเที่ยว ปรับแผนตลาด 4 ด้านหลัก มุ่งกลุ่มคุณภาพ อินเดีย เวียดนาม ตะวันออกกลาง ยุโรป และจีนลากยาวถึงตรุษจีน 2570 

-สศอ.เผยดัชนี MPI งวด ส.ค.โต พร้อมปรับคาดการณ์ทั้งปี MPI ขยายตัว 2.75-3.75% ด้าน “คลัง” ชี้ส่งออก-ลงทุนหนุน ศก.เดือน ส.ค./”แบงก์ชาติ” จับตาผลกระทบน้ำท่วม 

 *หุ้นเด่นวันนี้

-STA (ฟินันเซีย ไซรัส)  “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 23 บาท ราคายาง SICOM พุ่งแตะ 257 เซนต์/กก. สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 เป็น Sentiment บวก ขณะที่กำไร 2H26 แม้อ่อนจากไตรมาส 2/69  แต่คาดยังเติบโตแข็งแกร่ง y-y จากราคาขายที่สูงกว่าปีก่อน และคาดไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ระยะกลางมีแรงหนุนจาก El Niño และ EUDR

-DELTA (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 300 บาท การปรับฐานของ DELTA ในช่วงที่ผ่านมามองเป็นเพียงการรีเซ็นตระยะสั้น ขณะที่อุปสรค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของ Hyperscaler ที่เร่งตัวและความต้องการระบบไฟ/ระบายความร้อนต่อ rack ที่สูงขึ้น คาด GPM และกำไรฟื้นใน 2H26 หลังแรงกดดันจากต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และ Product mix คลี่คลาย โดยคาดกำไรปกติ CAGR ราว 32% ในปี 2569-71 คงคำแนะนำ”ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 300 บาท Valuation น่าสนใจขึ้นจากการปรับฐาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 2027 PER ที่ราว 63 เท่า ต่ำกว่าเป้าหมาย 92 เท่า

-CK (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.10 บาท รัฐบาลเริ่มมีการเดินหน้าอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ออกมาโดยล่าสุดอนุมัติรถไฟทางคู่เฟส 2 ออกมาแล้ว 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ในเดือน ต.ค.จะเริ่มเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ของภาครัฐ

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน