
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันนี้ หลังมีรายงานว่า โรงกลั่นน้ำมันของจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือนต.ค.
ณ เวลา 19.13 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. บวก 1.22 ดอลลาร์ หรือ 1.35% สู่ระดับ 91.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. บวก 1.90 ดอลลาร์ หรือ 1.94% สู่ระดับ 99.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
จีนประกาศระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือนต.ค. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทกลั่นน้ำมันของจีนได้ระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำหรับเดือนตุลาคมแล้ว โดยแหล่งข่าว 4 รายเปิดเผยว่า รัฐบาลจีนดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากต้องการรักษาปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนประกาศจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงในเดือนมีนาคม เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง แต่ต่อมา จีนได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม และกำลังบริหารจัดการการส่งออกน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันอากาศยานเป็นรายเดือน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ในวันนี้ จีนได้ประกาศห้ามบริษัทกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยังภูมิภาคอื่นในเดือนตุลาคม ยกเว้นฮ่องกงและมาเก๊า
นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน หลังซาอุดีอาระเบียกลับมาให้เรือบรรทุกน้ำมันเข้ามารับน้ำมันที่ท่าเรือยันบู ซึ่งอยู่ริมทะเลแดงอีกครั้ง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียได้กลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกอีกครั้ง
นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความกังวลว่าการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างถาวรอาจล่าช้าออกไป โดยสำนักข่าว MS NOW รายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้สั่งให้คณะผู้แทนอิหร่านที่เดินทางมายังสหรัฐ เดินทางออกจากประเทศ หลังสิ้นสุดการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA)
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านได้จัดการเจรจาทางอ้อมเมื่อวันจันทน์ โดยมีคนกลางเป็นผู้ประสานงาน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ในนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





