
กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (2 ต.ค.) ว่า อัตราว่างงานของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.5% ในเดือนส.ค. จากระดับ 2.4% ในเดือนก.ค. เนื่องจากคนจำนวนมากลาออกจากงานโดยสมัครใจ เพื่อไปหางานใหม่ที่ดีกว่าเดิม
รายงานระบุว่า จำนวนผู้มีงานทำในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 30,000 คนจากเดือนก.ค. มาอยู่ที่ 68.34 ล้านคน เมื่อปรับตามฤดูกาลแล้ว
ส่วนในกลุ่มผู้ที่ไม่มีงานทำนั้น มีจำนวน 810,000 คนที่ลาออกจากงานโดยสมัครใจ ซึ่งมีแนวโน้มว่าเพื่อหางานที่ดีกว่าเดิม เพิ่มขึ้น 8.0% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ 400,000 คนถูกเลิกจ้าง เพิ่มขึ้น 5.3% จากเดือนก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ระบุว่า ผู้ที่เพิ่งเริ่มหางานทำมีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.2% แตะที่ 460,000 คนในเดือนส.ค.
“ตลาดแรงงานไม่ได้ย่ำแย่” เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ กล่าว โดยระบุว่า คนจำนวนมากลาออกจากงานเพื่อไปหางานที่ดีกว่าเดิมมากกว่าเหตุผลอื่น ๆ “การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ที่ลาออกจากงานโดยสมัครใจ ดูเหมือนว่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราว่างงานปรับตัวสูงขึ้นล่าสุด”
ทั้งนี้ ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา เมื่ออัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 2.4% หรือต่ำกว่านั้น ในเดือนถัดมาอัตราว่างงานจะดีดตัวขึ้นเสมอ
ด้านกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ เปิดเผยว่า อัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้หางานอยู่ที่ 1.18 เท่าในเดือนส.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก.ค. ซึ่งหมายความว่ามีตำแหน่งงานว่าง 118 ตำแหน่งต่อผู้หางาน 100 คน
กระทรวงฯ ระบุว่า จากทั้งหมด 11 ภาคธุรกิจ มี 8 ภาคส่วนที่จำนวนตำแหน่งงานลดลง โดยธุรกิจที่พักและร้านอาหารลดลงมากที่สุด 11.1% ตามมาด้วยภาคค้าส่งและค้าปลีกลดลง 10.2%
ขณะที่อีก 3 ภาคส่วนมีตำแหน่งงานเปิดรับเพิ่มขึ้น โดยภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 3.9% ขณะที่ภาคสารสนเทศและการสื่อสารเพิ่มขึ้น 3.3%
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช





