ยูเครนหวังเคลียร์ “ความเข้าใจผิดทางการทูต” กับเกาหลีใต้ ปมเปิดเผยข้อมูลส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ

สื่อท้องถิ่นของยูเครนรายงานโดยอ้างอิงถ้อยแถลงของ อันดรีย์ ซิบิฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เมื่อวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) ว่า รัฐบาลยูเครนกำลังพยายามประสานรอยร้าวทางการทูตกับเกาหลีใต้ หลังเกิดข้อพิพาทจากการที่ยูเครนเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับการส่งมอบตัวทหารเกาหลีเหนือ 2 นาย ซึ่งถูกจับกุมตัวเป็นเชลยศึกในสงครามกับรัสเซียให้แก่เกาหลีใต้

ชนวนความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยระหว่างขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนายถูกส่งตัวไปยังเกาหลีใต้แล้ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ทางการกรุงโซลที่คาดหวังให้ปฏิบัติการส่งมอบตัวดำเนินไปอย่างเป็นความลับ

เว็บไซต์ข่าว nv.ua และสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานคำกล่าวของซิบิฮาต่อผู้สื่อข่าวในงานแห่งหนึ่งว่า “ผมไม่อยากเรียกกรณีนี้ว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางการทูต เอาเป็นว่าเป็นความเข้าใจผิดทางการทูตน่าจะเหมาะสมกว่า”

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายลงได้ในอนาคตอันใกล้ และเรากำลังเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญสำหรับเรา และผมหวังว่าจะรักษาแรงขับเคลื่อน ความต่อเนื่อง ตลอดจนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมซึ่งเรากำลังสร้างร่วมกันต่อไปได้”

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้เรียกร้องคำชี้แจงและคำขอโทษอย่างเป็นทางการจากยูเครนต่อการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ยูเครนแถลงปฏิเสธโดยขัดต่อข้อเท็จจริงว่าทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีข้อตกลงรักษาความลับร่วมกัน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ทางการเกาหลีใต้ต้องการให้การส่งมอบตัวเป็นความลับ เนื่องจากมีความกังวลรอบด้าน ทั้งในมิติความมั่นคง การทูต และหลักมนุษยธรรม โดยเฉพาะสวัสดิภาพและความปลอดภัยของตัวทหารทั้งสองนายและครอบครัวที่ยังคงอาศัยอยู่ในเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ กองทัพยูเครนสามารถจับกุมทหารเกาหลีเหนือทั้ง 2 นายได้เมื่อเดือนม.ค. 2568 ซึ่งนับเป็นทหารเกาหลีเหนือชุดแรกที่ถูกจับกุมตัวได้ขณะยังมีชีวิต หลังจากที่รัฐบาลเปียงยางตัดสินใจส่งกำลังพลเข้าร่วมสนับสนุนรัสเซียในการทำสงครามเมื่อปี 2567

ปัจจุบัน เกาหลีเหนือได้ลงนามในสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบครอบคลุมร่วมกับรัสเซีย ซึ่งมีข้อตกลงป้องกันประเทศร่วมกัน และได้ส่งกำลังพลราว 14,000 นายไปช่วยรัสเซียขับไล่กองกำลังยูเครนออกจากแคว้นคุสค์

ขณะที่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ปธน.เซเลนสกีระบุว่า ยังคงมีทหารเกาหลีเหนือประจำการอยู่ในรัสเซียมากกว่า 8,000 นาย และอีกราว 10,000 นายกำลังอยู่ระหว่างการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งกำลังพลเพิ่มเติมในอนาคต

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช