
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เปิดเผยในวันพุธ (30 ก.ย.) ว่า อัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์อาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในเดือนก.ย. ซึ่งถือเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปี
BSP คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนก.ย. มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นระหว่าง 6.4-7.4% เมื่อเทียบรายปี โดยหากตัวเลขออกมา ณ กรอบบนสุดของประมาณการ อัตราเงินเฟ้อจะแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2566 ซึ่งเคยพุ่งขึ้นแตะระดับ 7.6% และจะยิ่งทิ้งห่างกรอบเป้าหมายของ BSP ที่ตั้งไว้ที่ 3%
BSP ระบุว่า การพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้มีสาเหตุหลักมาจากราคาอาหารที่ทะยานสูงขึ้น เนื่องจากฝนมรสุมที่พัดถล่มอย่างหนักได้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลให้ผัก ปลา ข้าว และผลไม้ มีราคาแพงขึ้น นอกจากนี้ BSP ยังระบุอีกว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นและการอ่อนค่าของเงินเปโซ ต่างเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าเช่นกัน
ทั้งนี้ ในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา BSP ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สามในวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินระลอกนี้นับตั้งแต่เดือนเม.ย. ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงขยับขึ้นสู่ระดับ 5% โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือความเสี่ยงที่เริ่มปรากฏจากปรากฏการณ์เอลนีโญและการปรับขึ้นค่าจ้างที่ใกล้จะเกิดขึ้น
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





