
บริษัท งีเซิน รีไฟเนอรี แอนด์ ปิโตรเคมิคอล จำกัด (Nghi Son Refinery and Petrochemical LLC หรือ NSRP) ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม สามารถจัดหาน้ำมันดิบได้เพียงพอต่อการเดินเครื่องกลั่นที่ระดับ 125% ของกำลังการกลั่นตามการออกแบบไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ย. นี้ โดยน้ำมันดิบส่วนใหญ่จัดซื้อมาจากคูเวต จากการเปิดเผยของ เล เหงวียน กว๊ก วิญ ผู้จัดการโรงกลั่น
วิญเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โรงกลั่นน้ำมันงีเซินตั้งอยู่ในจังหวัดทัญฮว้า มีกำลังการกลั่นตามปกติอยู่ที่ 200,000 บาร์เรลต่อวัน โดยเคยเผชิญกับภาวะอุปทานสะดุดตัวลงในช่วงเดือนมี.ค. และเม.ย. เนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน ทว่านับตั้งแต่นั้นมา โรงกลั่นได้กระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยราว 75% ของเที่ยวเรือขนส่งน้ำมันดิบล็อตใหม่จะจัดซื้อมาจากคูเวต
“เราเดินเครื่องกลั่นที่ระดับ 125% ของกำลังการกลั่นตามการออกแบบมาตั้งแต่เดือนก.ค. เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ” วิญระบุ
นอกจากนี้ วิญกล่าวเสริมว่า เดิมทีโรงกลั่น NSRP ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้รองรับการกลั่นเฉพาะน้ำมันดิบจากคูเวตเท่านั้น แต่ปัจจุบันโรงกลั่นได้ปรับปรุงจนสามารถรองรับการกลั่นน้ำมันดิบได้ถึง 10 ชนิด โดยก่อนหน้านี้เคยทดลองป้อนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) จากสหรัฐฯ เข้าสู่ระบบ แต่พบว่ามีคุณสมบัติเป็นน้ำมันดิบชนิดเบาเกินไป โรงกลั่น NSRP จึงได้ยุติการนำเข้าน้ำมันชนิดดังกล่าว
ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน วิญยืนยันว่า NSRP ร่วมกับบริษัท ปิโตรเวียดนาม รีไฟน์นิง แอนด์ ปิโตรเคมิคอล คอร์ป (Petrovietnam Refining and Petrochemical Corp) สามารถผลิตและจัดหาน้ำมันอากาศยานได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น การที่โรงกลั่นน้ำมันของจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในเดือนต.ค. จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการบินของเวียดนามแต่อย่างใด
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





