ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (2 ต.ค.) แต่ร่วงลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังถูกกดดันจากแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น และลดความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,461.95 จุด เพิ่มขึ้น 33.68 จุด หรือ +0.32%
ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกในวันศุกร์ แต่ลดลง 2.2% ในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดพันธบัตรและตลาดปริวรรตเงินตราทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังตลอดสัปดาห์นี้ แต่ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดในวันศุกร์ช่วยลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ราคาน้ำมันร่วงลง 2% หลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากในวันพฆฟัสบดี เนื่องจากมีรายงานว่ายุโรปกำลังหารือเรื่องการระบายน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบจากคลังสำรองเพิ่มเติม ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานทั่วโลกที่ตึงตัว
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษปรับตัวลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญ ลดลงสู่ระดับ 5.3624% หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี
การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสร้างบ้านซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยให้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังจากร่วงลง 5% ในวันพฤหัสบดี
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารอังกฤษร่วงลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนเม.ย.
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น IG Group ร่วงลง 22.6% หลังแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปี 2569 โดยอ้างถึงภาวะตลาดที่อ่อนแอ ขณะที่หุ้น Plus500 และ CMC Markets ร่วงลง 5.1% และ 4% ตามลำดับ
หุ้น Glencore ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ พุ่งขึ้น 3% หลังคาดการณ์ว่ากำไรจากธุรกิจการตลาดในปี 2569 จะสูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าประมาณการระยะยาว หลังผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกเกือบทำสถิติสูงสุด
หุ้น J D Wetherspoon ซึ่งเป็นเครือผับ พุ่งขึ้น 12.5% หลังรายงานยอดขายเติบโตแข็งแกร่งขึ้นนับตั้งแต่เดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากสภาพอากาศที่แจ่มใส แต่เตือนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ต้องปิดสาขาบางแห่ง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





