
รัสเซียประกาศเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในกรุงเคียฟและเมืองสำคัญของยูเครนต่อเนื่อง พร้อมเตือนชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่ทางการทูตให้ออกจากยูเครน โดยระบุว่า ผู้ที่เพิกเฉยต่อคำเตือนต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (3 ต.ค.) ระบุว่า กองทัพรัสเซียจะยังคงโจมตีเป้าหมายทางทหารในเคียฟและเมืองอื่นๆ ของยูเครน เพื่อตอบโต้การโจมตีของกองทัพยูเครนต่อพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในรัสเซีย
กระทรวงฯ ยังเรียกร้องให้ชาวต่างชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่สถานทูต หลีกเลี่ยงการพำนักอยู่ในยูเครนและการเดินทางเข้าประเทศ พร้อมเตือนว่า ผู้ที่เพิกเฉยต่อคำเตือนต้องรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังรัสเซียยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเคียฟ โดยล่าสุดเกิดเหตุโจมตีทางอากาศสะพานข้ามแม่น้ำดนีโปรเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้สถานการณ์ในกรุงเคียฟตึงเครียดมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียกล่าวว่า ยูเครนกำลังเผชิญผลจากการโจมตีรัสเซียของยูเครน และรัสเซียจะยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในยูเครนต่อไป
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัสเซียและยูเครนต่างเพิ่มการโจมตีผลประโยชน์ของต่างฝ่าย โดยเฉพาะเรือขนส่งธัญพืชในทะเลดำ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันและโรงงานต่างๆ ของรัสเซียยังตกเป็นเป้าการโจมตีจากยูเครน และโดรนของยูเครนถูกกล่าวหาว่าโจมตีพื้นที่ชายแดนรัสเซียจนมีพลเรือนเสียชีวิต
อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง





