HILITE: OKJ พุ่งแรง 11.76% ขานรับประกาศปรับใหญ่รอบ 13 ปีพลิกโฉมเมนู-ราคาดึงลูกค้า

เมื่อเวลา 10.26 น. OKJ พุ่ง 11.76% มาที่ 3.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 38.21 ล้านบาท โดยราคาปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.88 บาท และต่ำสุด 3.46 บาท

นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ [OKJ] กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ (Big Revamp) ปรับโครงสร้างเมนู ขนาดจาน ราคา และประสบการณ์ในร้านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 56 หลังบริษัทเก็บข้อมูลพฤติกรรมและเสียงสะท้อนของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคจะสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่พร้อมกันในทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 69 เป็นต้น

โดยการปรับครั้งใหญ่นี้เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งเน้นความคุ้มค่า ความหลากหลาย และยืดหยุ่นขึ้นรองรับตั้งแต่การรับประทานคนเดียวไปจนถึงกลุ่มครอบครัว จากเดิมที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในฐานะร้านสลัดออร์แกนิกจานใหญ่สำหรับแบ่งกันกิน จึงเป็นโจทย์สำคัญไปสู่ “New Moves” ครั้งนี้ เพื่อให้โอ้กะจู๋เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ท่ามกลางตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่ากว่า 5.72 แสนล้านบาทในปี 68 และเติบโต 4.8% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น โอ้กะจู๋จึงเดินหน้า “New Moves” ควบคู่กับการรักษา “Roots” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Vertical Integration) ผ่านฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของบริษัทในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรงผักสลัดออร์แกนิกชูความสด สะอาด ไร้สารเคมีถึงร้านตามแนวคิด “Farm-to-Table” พร้อมระบบควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรักษามาตรฐานของวัตถุดิบแก่ผู้บริโภคในทุกมื้อ

การนำ “Same Roots New Moves” เปลี่ยน Voice of Customer สู่ 4 การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของโอ้กะจู๋ ได้แก่

  1. เพิ่มทางเลือกที่ใช่ในแบบที่ต้องการ (More Ways to Choose) เพิ่มความหลากหลายด้วยเมนูใหม่ เพิ่มตัวเลือกไซซ์เล็ก ราคา ปริมาณ และ Side Dish / Add-on ที่เลือกได้มากขึ้น เหมาะทั้งทานคนเดียว มากับเพื่อน หรือในโอกาสไหนๆ
  2. ยกระดับบริการและให้ทุกครั้งที่กลับมามีความหมาย (New Reasons to Return) เพิ่มความใส่ใจใน Customer Journey พร้อมนำเสนอเมนูสเต๊กรูปแบบใหม่ และการเติมเต็มบรรยากาศในวันพิเศษเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ในทุกครั้งที่กลับมา
  3. ประสบการณ์ทานง่าย สบายใจ (A Smoother Experience) ปรับราคาเป็นแบบ All-Inclusive รวม VAT และไม่มีค่าบริการ (No Service Charge) เพื่อให้ราคาที่เห็นคือราคาที่จ่ายจริง พร้อมปรับขั้นตอนการสั่งและบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  4. สิ่งที่ยึดมั่นไม่เคยเปลี่ยน (The Roots We Keep) ถึงแม้จะปรับก้าวใหม่ครั้งใหญ่ แต่โอ้กะจู๋ยังคงรักษาคุณภาพวัตถุดิบ ความสดจากฟาร์ม และความตั้งใจในทุกจานไว้อย่างเต็มเปี่ยม

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเติบโตมาพร้อมกับลูกค้า เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป แบรนด์ก็พร้อมเปลี่ยนตาม การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเมนูใหม่ แต่เป็นการสะท้อนว่าเสียงของลูกค้าสำคัญกับเราจริงๆฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา แล้วนำสิ่งนั้นมาปรับให้เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องเมนู ขนาด ราคา และประสบการณ์ ดังนั้น Big Revamp ครั้งนี้คือ การรักษาดีเอ็นเอของโอ้กะจู๋ไว้ พร้อมกับปรับวิธีนำเสนอคุณค่าของเราให้เหมาะกับผู้บริโภคในวันนี้มากที่สุด” นายชลากร กล่าว

สำหรับหมุดหมายของ Big Revamp ไม่ได้อยู่ที่การสร้างกระแสจากเมนูใหม่ แต่มุ่งสร้าง Repeat Rate และ Customer Lifetime Value ด้วยทางเลือกที่หลากหลายขึ้น ราคาเข้าใจง่ายขึ้น และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เสียงของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้โอ้กะจู๋เป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ลูกค้าเลือกกลับมาซ้ำในทุกๆสัปดาห์

ขณะเดียวกัน OKJ Group ยังเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน “OKJ TOGETHER-ONE MEMBERSHIP. ALL OUR BRANDS” เพื่อรองรับการเติบโตและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า ด้วยระบบสมาชิกที่เชื่อมทั้ง 5 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ โอ้กะจู๋, โอ้ จู๊ซ, โจ วิงส์, โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล และ กริลล์ แอนด์ กราวด์ ที่มีมากกว่า 85 สาขาทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือนก.ย. 69 ภายในสิ้นปีนี้คาดว่า รวมทุกแบรนด์จะมีมากกว่า 90 สาขา ซึ่ง OKJ TOGETHER นับเป็นการรวมสมาชิกไว้ในระบบเดียวเป็นครั้งแรก ผ่านแนวคิด 1 เบอร์ = 1 Member

ปัจจุบัน OKJ มีสมาชิกรวมกว่า 452,000 ราย โดยได้ปรับเงื่อนไขการสะสมแต้มใหม่ให้คุ้มค่าและรวดเร็วขึ้น 6 เท่า โดยคำนวณจากทุกการใช้จ่ายเพียง 80 บาท รับทันที 1 คะแนน + 1 ดาว (จากเดิมที่ต้องใช้จ่าย 500 บาทต่อ 1 คะแนน) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการรวมถึงเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายข้ามแบรนด์

ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือ การเปลี่ยนเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างร้านในเครือของ OKJ กับลูกค้าดีขึ้น ซึ่งโอ้กะจู๋เติบโตมาพร้อมกับลูกค้า และบริษัทจะยังคงรับฟังและเติบโตเคียงข้างกับลูกค้าต่อไปในทุกๆวัน