
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจไทยเป็นไปในทิศทางที่ดี นับตั้งแต่มูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดย 3 สถาบันจัดอันดับเครดิต ทั้ง Moody’s, S&P Global Ratings และ Fitch Ratings ที่ทั้งโลกให้การเชื่อถือ ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเสถียรภาพ และมีมุมมองในเชิงบวก โดยเชื่อว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 3 ปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ คงต้องรอตัวเลขจากสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานอย่างเป็นทางการก่อน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์หน้า ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569 ซึ่งการประชุมดังกล่าว มีผู้นำทางด้านการเงินโลกมาร่วมประชุมถึง 191 ประเทศ รวมถึงมีผู้นำระดับประเทศเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ตลอดจนสถาบันการลงทุนต่าง ๆ ก็เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน และเมื่อเขาเห็นความพร้อมของประเทศไทย ก็จะเป็นแนวโน้มที่ดีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569
อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ก็จะร่วมประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมดังกล่าว ส่วนจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อให้ GDP เป็นไปตามเป้าหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องขึ้นกับตามความจำเป็นของสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมดำเนินการอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ สภาพัฒน์ รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1.9% ชะลอลงจากระดับ 2.8% ในไตรมาส 1/69 เนื่องจากได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยสภาพัฒน์ ยังได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 มีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 และทั้งปี 2569 ยังคาดการณ์ GDP จะขยายตัวได้ 2.0-2.5% หรือมีค่ากลางที่ 2.2%
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





