ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.68 หลัง G7 ระบายสต็อก-ตอ.กลางส่งออกน้ำมันเพิ่ม

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (5 ต.ค.) หลังจากมีรายงานว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางปรับตัวเพิ่มขึ้น และประเทศกลุ่ม G7 มีมติระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกสู่ตลาด ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.68 ดอลลาร์ หรือ 1.84% ปิดที่ 89.43 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.93 ดอลลาร์ หรือ 1.89% ปิดที่ 100.32 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากกลุ่มประเทศ G7 มีมติเห็นพ้องกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 ต.ค.) ในการระบายน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบออกสู่ตลาด เพื่อควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ G7 ระบุในแถลงการณ์ว่า การระบายน้ำมันสำรองในครั้งนี้จะมีปริมาณสูงสุด 100 ล้านบาร์เรล ภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยจะมีการระบายน้ำมันดีเซลในปริมาณมากภายในช่วง 20 วันแรก

การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวของกลุ่ม G7 มีขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์กดดันพันธมิตรในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่กักเก็บน้ำมันดีเซลสำรองของสหภาพยุโรปในสัดส่วนจำนวนมาก

ส่วนข้อมูลการขนส่งทางเรือล่าสุดในวันจันทร์ระบุว่า ยอดส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นทะลุระดับก่อนเกิดสงครามไปแล้วถึง 4 ใน 7 วันของสัปดาห์สุดท้ายในเดือนก.ย. แม้จะมีการโจมตีเรือขนส่งที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรนโจมตีคลังน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในกรุงริยาด แและแหล่งน้ำมันคูไรส์ (Khurais) ของของซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีทางอากาศของกองกำลังเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้น ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศว่า ยูเครนจะเพิ่มการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียเป็นสองเท่า

ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้เลื่อนการทบทวนโควตาการผลิตน้ำมันสำหรับสมาชิกในปี 2570 เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อโครงการเพิ่มกำลังการผลิตในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการประเมินศักยภาพการผลิตน้ำมันในอนาคต

ด้านกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลในวันจันทร์ว่า สต็อกน้ำมันดิบในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลงเหลือ 283 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2525

โดย รัตนา พงศ์ทวิช