ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ (5 ต.ค.) โดยฟื้นตัวหลังจากร่วงลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่แนวโน้มปริมาณน้ำมันดิบในตลาดที่เพิ่มขึ้นช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,497.94 จุด เพิ่มขึ้น 35.99 จุด หรือ +0.34%
ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.44% สู่ระดับ 101.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น และกลุ่มประเทศ G7 ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาด
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติกับกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยังคงทำให้นักลงทุนวิตกกังวล
ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า บริษัทภาคบริการของอังกฤษรายงานแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในเดือนที่แล้ว หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากส่งผลต่อคาดการณ์เงินเฟ้อและแนวโน้มการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ
ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนมองว่ามีโอกาสเกือบ 97% ที่ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนพ.ย.
หุ้นกลุ่มโลหะและเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 1.65% หลังราคาทองแดงปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
หุ้น Ithaca Energy เพิ่มขึ้น 2.2% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 100 หลังบริษัทตกลงซื้อสินทรัพย์น้ำมันนอกชายฝั่งของ Suncor Energy ในวงเงิน 842 ล้านดอลลาร์ โดยชำระเป็นเงินสดล่วงหน้า
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อตกลงซื้อสินทรัพย์ในแคนาดาครั้งนี้ช่วยให้บริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายขึ้น
หุ้น BT Group เพิ่มขึ้น 1.4% หลังบริษัทตกลงซื้อกิจการ TalkTalk ผู้ให้บริการบรอดแบนด์ที่ประสบปัญหาทางการเงิน ในวงเงิน 400 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ข้อตกลงช่วยเหลือกิจการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





