
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO – Maintenance, Repair, and Overhaul) ว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 สกพอ. และ บมจ.การบินไทย [THAI] ได้ลงนามสัญญาเช่าพื้นที่ 210 ไร่ ระยะเวลา 50 ปี เพื่อดำเนินโครงการ MRO เรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มต้นสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 คาดว่าการบินไทยจะใช้เวลาในการออกแบบและก่อสร้างและดำเนินการด้านการลงทุนกับคู้ค้าต่างๆ ประมาณ 3-4 ปี และเปิดให้บริการในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดที่โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกจะเปิดให้บริการพอดี
หลังจากการบินไทยเซ็นสัญญาแล้ว จะเป็นขั้นตอนการออกแบบในรายละเอียด การเชิญชวนผู้เข้ามาร่วมลงทุนในกิจกรรมหรือเข้ามาเช่าพื้นที่ และทำเรื่องเสนอขอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งของการบินไทยเองและสิทธิประโยชน์ในส่วนของเข้ามาร่วมลงทุน/เช่าพื้นที่
“ก่อนหน้านี้ ต้องเลื่อนการลงนามสัญญา มาจากวันที่ 4 ส.ค. 2569 เนื่องจากคณะกรรมการการบินไทย ยังมีคำถาม มีความกังวล ว่าหากโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนแล้วจะกระทบกับโครงการ MRO โดยเฉพาะการเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ ไม่มีปัญหา หากสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ล่าช้าออกไป ยังสามารถต่อเชื่อมเข้ากับรันเวย์ปัจจุบันของอู่ตะเภาที่เปิดให้บริการในปัจจุบันได้อยู่แล้ว”นายจุฬา กล่าว
ส่วนกรณีที่การบินไทยปรับเปลี่ยนซีอีโอ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อโครงการ MRO เพราะการบินไทยได้ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อดำเนินโครงการแล้ว
*เป้าเปิดบริการปี 73 คาดเพิ่มสัดส่วน Non-Aviation 5-10%
โครงการ MRO อู่ตะเภา พื้นที่ 210 ไร่ จะมีมูลค่าลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ภาครัฐจะได้รับผลตอบแทน 2 ส่วนคือ 1.ค่าเช่าพื้นที่อัตราคงที่ ปรับขึ้นตามอัตราธนารักษ์ และ 2. การแบ่งปันผลประโยชน์ (Revenue Sharing) จากส่วนแบ่งรายได้แบบขั้นบันได
ช่วงปีที่ 1-4 อยู่ระหว่างออกแบบและก่อสร้างจะเก็บค่าเช่าพื้นที่อย่างเดียว และจะเริ่มคิดส่วนแบ่งรายได้คาดว่าจะเป็นปีที่ 5 อัตรา ปีที่ 5-10 คิด 3%, ปีที่ 11-15 คิด 5% และปีที่ 15 เป็นต้นไปคิดที่ 7%
ก่อนหน้านี้ นายชาย เอี่ยมศิริ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THAI ระบุว่า การลงทุนโครงการ MRO จะใช้งบราว 10,300 ล้านบาท โดยการบินไทยเป็นผู้ลงทุนหลัก ส่วนกิจกรรมย่อยในพื้นที่ เช่น ธุรกิจทำสีเครื่องบิน , การซ่อมชิ้นส่วนประกอบ หรือกิจการอื่นที่การบินไทยไม่มีประสบการณ์ จะหาพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมลงทุน ตั้งเป้าเปิดให้บริการในปี 2573 เพื่อรองรับเครื่องบินใหม่ที่ทยอยรับมอบเข้ามา และแผนการนำเครื่องบินที่ใช้งานมานานเข้าซ่อมบำรุงตามกำหนด
รายงานข่าวระบุว่า การบินไทยได้เตรียมความพร้อมด้านธุรกิจ MRO โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ ได้แก่ Thai MRO Group Company Limited และ Thai MRO Services Company Limited โดย 2 บริษัท มีทุนจดทะเบียนบริษัทละ 1 ล้านบาท และเริ่มต้นทุนชำระแล้วที่บริษัทละ 250,000 บาท ซึ่งสถานะเป็นบริษัทที่การบินไทยถือหุ้นเต็ม 100%
โดย คคฦ




