ผู้ว่า BOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกหากจำเป็น มุ่งรักษาเสถียรภาพเงินเฟ้อ

คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโตเกียวในวันนี้ (6 ต.ค.) ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามความจำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน BOJ จะยังคงจับตาความเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาอยู่ในช่วงขาขึ้น

อุเอดะกล่าวว่า เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเริ่มขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 2% ของ BOJ และภาวะทางการเงินยังคงผ่อนคลาย BOJ จึงคาดว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและปรับระดับการมผ่อนคลายทางการเงิน ควบคู่ไปกับการประเมินภาวะเศรษฐกิจ ราคา และสถานการณ์ทางการเงิน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า อุเอดะระบุว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในญี่ปุ่นกำลังก่อตัวขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สกุลเงินเยนอ่อนค่าลง และอุปสงค์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งได้ผลักดันให้ราคาสินค้าในภาคธุรกิจปรับตัวสูงขึ้นด้วย โดยต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ กำลังถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานก็ขยับเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของ BOJ

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้มีความอ่อนแออยู่บ้าง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและราคานั้น อุเอดะกล่าวว่า โดยรวมแล้วยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับคาดการณ์พื้นฐานของ BOJ แต่ความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมทั้งอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความเคลื่อนไหวของค่าเงิน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

เขากล่าวเสริมว่า ภาวะทางการเงินของญี่ปุ่นยังคงผ่อนคลาย โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความต้องการเงินทุนของภาคธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น และสถาบันการเงินยังคงรักษาจุดยืนการปล่อยสินเชื่อที่ผ่อนคลาย

นอกจากนี้ อุเอดะย้ำว่า จังหวะเวลาและความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมนั้น จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและราคา ตลอดจนความเสี่ยงที่มีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา BOJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% พร้อมกับส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในอนาคต

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช