
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.62 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดของวันก่อนหน้า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways แม้จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงแรก แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ได้ทยอยแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเงินบาท
โดยคืนนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานการประชุม FOMC ล่าสุด รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย อีกทั้งจะรอลุ้นอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 1 ปี ของ New York FED และผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และยังติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่เสี่ยงกลับมาร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ที่เสี่ยงผันผวนสูง หากมีการเข้าแทรกแซงค่าเงิน
ทั้งนี้ เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาด ต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง
“ระหว่างวัน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่อาจเสี่ยงทวีความร้อนแรงขึ้นในระยะสั้น อาจสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน และสร้างแรงกดดันต่อเงินบาทได้ หากราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเงินบาทอาจอ่อนค่าลงเพิ่มเติม” นายพูน ระบุ
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.55-33.75 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.34 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 158.19 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1240 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1241 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 33.659 บาท/ดอลลาร์
– “เฟทโก้” ย้ำต่างชาติเชื่อมั่น “Thailand Story” สวนทางเพื่อนบ้าน แนะรัฐเร่งปิดดีล ดาต้าเซนเตอร์-สร้างฐานเงินออม พร้อมฉายภาพ “หุ้นไทย” เสน่ห์แรงต่างชาติซื้อสุทธิชาติเดียวในเอเชีย เปิดฉากไตรมาส 4 หุ้นไทยส่อแววพุ่ง น้ำท่วมไม่ซ้ำรอยปี 54 ลุ้นดึงฟันด์โฟลว์ยักษ์ใหญ่สหรัฐ
– ที่ประชุมครม.รับทราบการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ (เขตส่ง เสริมฯ) จำนวน 8 แห่ง ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เสนอ ทั้งนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี 2, สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (บางปะกง) กลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟไทยยั่งยืน, นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จังหวัดระยอง, ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและสุขภาพครบวงจรไลฟ์สเฟียร์ (พัทยา), สถานีแอลเอ็นจีมาบตาพุด แห่งที่ 2, สมาร์ท โลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา)
– ครม.อนุมัติมาตรการภาษีหนุนอุตสาหกรรม MICE เพื่อให้บริษัท-ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการเข้าร่วมงานออกร้าน นิทรรศการ และงานแสดงสินค้าภายในประเทศ คาดมีผู้ใช้สิทธิราว 3,800 ราย รัฐสูญรายได้ภาษีราว 798 ล้านบาท หวังดึงงานระดับนานาชาติเข้าไทย กระจายรายได้สู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องและภูมิภาค
– กลุ่มฮูตีในเยเมน เตือนว่า อาจเพิ่มระดับการโจมตีสนามบิน ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงตอบโต้ประเทศต่างชาติที่เข้าร่วมความขัดแย้ง ขณะที่การสู้รบตามแนวชายฝั่งทะเลแดง ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของเยเมนทวีความรุนแรงขึ้น
– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 13.7% สู่ระดับ 1.056 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.02 แสนล้านดอลลาร์ และถือเป็นการขาดดุลมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 โดยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
– ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (6 ต.ค.) หลังจากราคาน้ำมันย่อตัวลง ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ร่วงลงด้วย ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด
– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (6 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด
– ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯวันนี้ ได้แก่ สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) และคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.
– นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของเฟดในวันนี้ (7 ต.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามการคาดการณ์ของตลาด
– สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก จะจัดการประชุมประจำปี 2026 หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. คาดว่าที่ประชุมจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ เศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน หนี้สาธารณะ เสถียรภาพทางการเงิน สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจโลก
– ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับ กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. เวลา 10.30-11.00 น. ในรายการที่ใช้ชื่อว่า “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh” โดยใช้รูปแบบการสนทนาระหว่างกอร์เกียวาและวอร์ช ซึ่งทั้งสองจะพูดคุยกันบนเวทีเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางนโยบายของเฟด ซึ่งคาดว่าจะเป็นที่สนใจของตลาดการเงินทั่วโลก
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





