บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมัน สัปดาห์วันที่ 5-9 ต.ค. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 12-16 ต.ค. 69 โดยกลุ่ม G7 ตกลงระบายน้ำมันดิบและดีเซล เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันโลกตึงตัว

ราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์ (หน่วย: ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล)
- น้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent): 102.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.63
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสฯ (NYMEX WTI): 91.28 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.82
- น้ำมันดิบดูไบ (Dubai): 107.84 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 5.22
- เบนซินออกเทน 95: 150.64 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.30
- ดีเซล: 174.30 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.45
ปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาด
- ราคาน้ำมันดิบถูกกดดันจากกลุ่ม G7 ตกลงระบายน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) รวม 100 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มระบายทันที เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันโลกตึงตัว
- สมาชิกหลัก OPEC+ 7 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต แอลจีเรีย คาซัคสถาน และโอมาน มีมติคงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสำหรับเดือนพฤศจิกายน 2569 เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางทำให้หลายประเทศยังส่งออกได้อย่างจำกัด ทั้งนี้ ในปัจจุบันทั้ง 7 ประเทศ ผลิตน้ำมันดิบรวม 25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังไร้ข้อสรุป โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ Abbas Araghchi ของอิหร่าน เสนอว่าจะให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ที่อิหร่านที่ถูกโจมตี แลกกับผ่อนคลายมาตรการของสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน อย่างไรก็ดี Wall Street Journal รายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบ U.S.S. Theodore Roosevelt และกองเรือยกพลขึ้นบกพร้อมทหารร่วม 10,000 นาย เข้าสมทบในตะวันออกกลาง สะท้อนสงครามอาจยกระดับ
- ขณะที่ฝั่งสงครามรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรง โดยวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีไปยังกรุง Kyiv และเมืองอื่นๆ ของยูเครนอย่างหนัก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โทรคมนาคม และสะพานข้ามแม่น้ำ Dnipro ซึ่งเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตกของกรุง Kyiv เป็นครั้งแรก





