มองมุมต่าง: 11 วันต่างชาติขาย 4 หมื่นล้าน แต่ SET ลงไม่ถึง 1% ยังแกร่งเกินพิกัด

การฉายภาพด้านความน่ากลัวของพฤติกรรมนักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นไทยติดต่อกัน 11 วันทำการ แต่มองข้ามผลลัพธ์ที่ไม่ได้มีความน่ากังวลที่สะท้อนออกมาใน SET Index เลย ถือเป็นประเด็นน่าสนใจที่ยังไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะในช่วงที่ตลาดถูกทดสอบด้วยแรงขายต่อเนื่อง ความสามารถในการรับแรงขายเป็นอีกด้านหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ

ขอเริ่มช่วงเวลา ตั้งแต่ วันที่ 22 กันยายน-6 ตุลาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 39,734 ล้านบาท คำนวณจากยอดขายสุทธิ 11 วันย้อนหลังติดต่อกัน เกือบ 4 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยขายสุทธิประมาณวันละ 3,612 ล้านบาท

ถ้าดูแต่ตัวเลข Net sell ของต่างชาติเห็นแล้วค่อนข้างน่ากลัว ใครเห็นใครก็กลัว ตลาดหุ้นไทย อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว !!

แต่เมื่อวัดผลของแรงขายทั้งช่วง โดยใช้ราคาปิดวันที่ 21 กันยายน ซึ่งเป็นวันก่อนเริ่มขายต่อเนื่อง ดัชนีที่ 1,598.03 จุด เทียบกับราคาปิดวันที่ 6 ตุลาคมที่ 1,582.22 จุด พบว่า SET ลดลงเพียง 15.81 จุด หรือ 0.99% การปรับตัวลดลงของ SET Index ไม่ถึง 1% ตลอดช่วงแรงขายดังกล่าว จึงเป็นมุมบวกที่เห็นได้จากตัวเลข แต่ไม่ได้หมายความว่า ระหว่างทาง 11 วัน ตลาดไม่มีความผันผวน

ข้อดีแรก คือ ตลาดมีแรงซื้อรับ โดยเฉพาะจากนักลงทุนในประเทศ

เมื่อนำข้อมูลซื้อขายสะสมถึงวันที่ 6 ตุลาคม มาหักข้อมูลก่อนเริ่มช่วงขายวันที่ 22 กันยายน พบว่า นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิประมาณ 39,794 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิประมาณ 1,502 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศขายสุทธิประมาณ 1,561 ล้านบาท

นั่นหมายความว่า ผู้รับแรงขายหลักในรอบนี้คือกลุ่มนักลงทุนในประเทศ ขณะที่กองทุนในประเทศยังไม่ได้เป็นผู้ซื้อสุทธิ

แน่นอนว่า ทุกธุรกรรมย่อมมีผู้ซื้อคู่กับผู้ขายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่กำหนดว่าหุ้นจะลงแรงเพียงใด คือผู้ซื้อยอมรับหุ้นที่ระดับราคาใด หากต้องลดราคาลงมากจึงจะมีคนซื้อ ดัชนีก็จะอ่อนตัวแรง แต่เมื่อราคาปิดปลายช่วงลดลงจำกัด ข้อสังเกตเชิงบวกคือ แรงขายจำนวนมากสามารถเปลี่ยนมือได้โดยไม่ได้ทำให้ระดับดัชนีปลายช่วงลดลงมากตามไปด้วย

ข้อดีถัดมาคือ แรงขายไม่ได้ทำให้หุ้นทุกกลุ่มอ่อนตัวพร้อมกัน และยังมีหุ้นที่ช่วยชดเชยแรงกดดัน

ตัวอย่างชัดเจนคือวันที่ 6 ตุลาคม แม้ต่างชาติขายสุทธิ 2,491 ล้านบาท แต่ SET กลับปิดเพิ่มขึ้น 5.77 จุด หรือ 0.37% โดย มีแรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดยหุ้น DELTA และ KCE ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีและ AI ในต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มโรงกลั่น อย่าง TOP และ PTTGC

ภาพนี้สะท้อนว่า ตลาดยังมีเหตุผลให้เลือกซื้อหุ้นบางกลุ่ม แม้ภาพรวมกระแสเงินต่างชาติเป็นมีแรงขายมหาศาล การหมุนเงินระหว่างอุตสาหกรรมจึงช่วยให้แรงกดดันไม่ได้ตกลงบนหุ้นทุกกลุ่มในเวลาเดียวกัน

อีกด้านหนึ่ง SET เป็นดัชนีที่ให้น้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หุ้นขนาดใหญ่จึงมีผลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นขนาดเล็ก เมื่อหุ้นที่มีน้ำหนักสูงปรับตัวขึ้น ก็สามารถชดเชยผลกระทบจากหุ้นอื่นที่ปรับตัวลงได้

เหตุผลที่สาม แรงขายจากความกังวล น้ำท่วม ที่อาจจะมีความเสียหายน้อยกว่าตลาดประเมิน ทั้งความเสี่ยงหนี้เสียของธนาคาร โดย บล. บัวหลวง ประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนอาจอยู่ที่ไม่เกิน 2% ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและไม่ลุกลามเข้าสู่ฐานการผลิตหลัก

จากมุมนี้ จึงเป็นไปได้ว่าผู้ซื้อ (Net buy) บางส่วนมองแรงขายเป็นโอกาสเข้าลงทุน เพราะประเมินว่าผลกระทบต่อธุรกิจยังอยู่ในระดับจำกัด

ประเด็นสำคัญอีกข้อคือ ยอดขายสุทธิต่างชาติ 4 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถตีความเป็นความน่ากลัวที่ใหญ่โต หรือจะมีผลที่ต้องกดดันดัชนีให้ลดลงด้วยสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าขายในหุ้นใด หุ้นนั้นมีน้ำหนักเท่าไร มีสภาพคล่องเพียงใด และผู้ซื้อพร้อมรับที่ระดับราคาไหน

ดังนั้น สิ่งที่มองในเชิงบวกได้อย่างมีหลักฐาน คือ ตลาดหุ้นไทยรับแรงขายสุทธิต่างชาติเกือบ 4 หมื่นล้านบาทใน 11 วัน โดยดัชนีปลายช่วงลดลงเพียงประมาณ 1% พร้อมกับมีแรงรับจากนักลงทุนในประเทศ และมีหุ้นบางกลุ่มที่ยังปรับตัวขึ้นมาสวนแรงกดดัน

แต่ความแข็งแรงของดัชนีกับความแข็งแรงของหุ้นทั้งตลาดยังต้องพิจารณาควบคู่กัน หากระยะต่อไปจำนวนหุ้นที่ฟื้นตัวเพิ่มขึ้น และแรงซื้อกระจายไปหลายอุตสาหกรรม ภาพบวกนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้น

สำหรับช่วงที่ผ่านมา ตลาดได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การขายต่อเนื่องของต่างชาติยังไม่สามารถกดให้ดัชนีปลายช่วงลดลงอย่างรุนแรงได้ ในทางกลับกัน หากมืออย่างคนที่เห็นตลาดมานาน รอบนี้ถือเป็นรอบที่แตกต่าง และมีการส่งสัญญาณของความสามารถในการรับแรงขายที่ควรจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหากแรงขายเริ่มชะลอลง ขณะที่แรงซื้อภายในประเทศยังคงอยู่

ในเชิงบวกจึงตีความได้ว่า แรงขายหนัก แต่กดตลาดลงได้จำกัด หากต่างชาติเริ่มชะลอขาย ขณะที่แรงซื้อยังอยู่ ตลาดก็มีโอกาสฟื้นตัวได้ง่ายขึ้น นั่นเอง

โดย ธิติ ภัทรยลรดี