ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (7 ต.ค.) ว่า PBOC เพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองอีก 740,000 ออนซ์ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มการถือครองติดต่อกันเดือนที่ 23 เนื่องจากราคาทองคำชะลอตัวลงใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
PBOC ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้เร่งจังหวะการเข้าซื้อทองคำในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากราคาทองคำชะลอตัวลง โดยราคาปรับตัวลงกว่า 6% ในเดือนก.ย. เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้กระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ผลสำรวจธนาคารกลาง 74 แห่งซึ่งสภาทองคำโลก (WGC) ได้เผยแพร่เมื่อเดือนมิ.ย. ระบุว่า 45% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจมีแผนที่จะซื้อทองคำเพิ่มในปีหน้า ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจในปี 2561 โดยมีธนาคารกลางเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ตั้งเป้าว่าจะลดการซื้อทองคำ
โยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) กล่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ว่า ระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาลที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยผลักดันให้ธนาคารกลางต่าง ๆ เพิ่มการถือครองทองคำ
นอกจากนี้ เขากล่าวว่าแม้อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับพันธบัตรเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นในมุมมองของผู้จัดการกองทุนสำรอง แต่การกระจายความเสี่ยงด้วยการถือครองทองคำยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ และความเสี่ยงด้านเครดิตอันเนื่องมาจากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง
ด้านเซอร์จิโอ นิโคเลตติ อัลติมารี รองผู้ว่าการธนาคารอิตาลี กล่าวในการประชุมประจำปีของสมาคมตลาดทองคำแห่งลอนดอน (LBMA) ที่เมืองซอร์เรนโต ประเทศอิตาลี ในวันจันทร์ (5 ต.ค.) ว่า ทองคำคือสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งพิสูจน์ได้จากผลงานในช่วงที่ผ่านมาและในวิกฤตการณ์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งบทบาทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ท่ามกลางภาวะแวดล้อมที่มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูง และความกังวลเกี่ยวกับการแตกกลุ่มทางเศรษฐกิจ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





