ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงปิดที่ระดับต่ำกว่า 70,000 จุด ในวันนี้ (8 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นหลายกลุ่ม หลังตลาดทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับมีความไม่แน่นอนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 69,042.11 จุด ลดลง 993.60 จุด หรือ -1.42%
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในตลาด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มเครื่องจักร รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หุ้นเกือบทุกกลุ่มปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดลบเมื่อคืนวานนี้ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 5.36% ในช่วงสั้น ๆ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2545 ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจฉุดรั้งการบริโภคและการลงทุนให้ชะลอตัวลง
วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์จากแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ กล่าวว่า ตลาดเชื่อว่าแม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นจะปรับตัวลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแรงกดดันพื้นฐานที่หนุนให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นนั้นจะคลี่คลายลง และปัจจัยนี้กำลังเป็นตัวถ่วงตลาดหุ้น
นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบยังกลับมาปะทุขึ้นอีกระลอก หลังกลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านได้โจมตีสนามบิน 2 แห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยิ่งบั่นทอนบรรยากาศการลงทุนในตลาด
บรรดาดีลเลอร์กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว นักลงทุนจึงเลือกเทขายทำกำไรออกมาหลังจากดัชนีนิกเกอิเพิ่งพุ่งทะลุระดับจิตวิทยาที่ 70,000 จุด พร้อมเสริมว่า การซื้อขายโดยรวมยังคงอยู่ในบรรยากาศที่ระมัดระวังเพื่อรอดูทิศทางต่อไป
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท





