CRYPTO SHOT: Taiyang Zhang เคยสร้าง REN ทำอะไร?

จากกรณีที่สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องสามีของ สส. ชื่อดัง อย่าง Taiyang Zhang รวมไปถึงโปรเจกต์ที่เจ้าตัวมีส่วนเกี่ยวข้องอย่าง REN Protocal ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องไปถึง scammer ด้วยหรือไม่นั้น คงต้องรอการพิสูจน์ต่อไป ว่าแต่ REN Protocal ที่ถูกพูดถึงคือ สะพานเชื่อมเงิน? ช่องทางการฟอกเงิน? โปรเจกต์นี้ไว้ใช้ทำอะไรกันแน่?

*เจาะลึก Ren Protocol คืออะไร? โปรเจกต์ของ Taiyang Zhang สามี สส. ดัง

ช่วงนี้หลายคนน่าจะได้ยินชื่อ Taiyang Zhang กันบ่อย ๆ แต่รู้ไหมว่า Taiyang เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Ren Protocol โปรเจกต์ Blockchain ที่ครั้งหนึ่งเคยมี Cross-chain Volume สะสมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์

แล้ว Ren Protocal ทำอะไร? พูดง่าย ๆ คือ Ren พยายามทำให้สินทรัพย์ที่อยู่คนละ Blockchain วิ่งข้ามหากันได้ ลองคิดภาพว่าเรามี Bitcoin แต่อยากเอา BTC ไปใช้ DeFi บน Ethereum Chain

ปัญหาคือ Bitcoin กับ Ethereum เป็นคนละ Blockchain จะเอา BTC ข้ามไปตรง ๆ ไม่ได้ Ren Protocal เลยสร้างระบบที่เรียกว่า RenVM หรือ Ren Virtual Machine ขึ้นมา เวลาเราส่ง BTC เข้าไปในระบบ RenVM จะสร้าง renBTC บน Ethereum แบบ 1:1 ถ้าเรามี 1 BTC ก็จะได้ 1 renBTC จากนั้นเอา renBTC ไปใช้ในโลก DeFi ได้ และถ้าอยากได้ Bitcoin คืน ก็ Burn renBTC ทิ้ง แล้วรับ BTC กลับมา

แล้วใครเป็นคนดูแล Bitcoin ที่ฝากเข้าไป? Ren Protocal ใช้ Network ของ Node ที่เรียกว่า Darknodes แทนที่จะมีบริษัทเดียวที่ถือ Private Key ระบบใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Secure Multi-Party Computation ให้หลาย Node ทำงานร่วมกัน จะไม่มี Node ตัวเดียวถือ Private Key ทั้งก้อน และถ้าอยากรัน Darknode ในระบบเดิม ต้องวาง 100,000 REN เป็น Bond ค้ำไว้ด้วย เพราะฉะนั้น REN ไม่ได้เกิดมาเป็นแค่เหรียญสำหรับเก็งกำไร แต่มีหน้าที่อยู่ในระบบของ Ren เอง

แล้วมีคนใช้จริงไหม? เคยมี และตัวเลขไม่น้อยด้วย Ren Foundation ระบุว่า Ren 1.0 เคยประมวลผล Cross-chain Volume สะสมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อมสินทรัพย์ระหว่าง Blockchain หลายเครือข่าย ทั้ง Bitcoin, Ethereum, Solana และ Chain อื่น ๆ

แต่ Ren ที่เราเห็นวันนี้ ไม่เหมือน Ren ในช่วงนั้นแล้ว!! ปี 2021 ทีมพัฒนา Ren ถูกซื้อโดย Alameda Research พอ Alameda และ FTX ล้มในปี 2022 เงินสนับสนุนการพัฒนา Ren ก็ได้รับผลกระทบ ทีมนักพัฒนาจึงประกาศ Sunset Ren 1.0 โดยมีแผนการตอนนั้นคือ ปิดการ Mint ก่อน เปิดให้ผู้ใช้ Burn สินทรัพย์เพื่อเอาเหรียญต้นทางคืน แล้วค่อย Shutdown Ren 1.0 พร้อมกับเตรียมพัฒนา Ren 2.0

คำถามคือ…แล้ว Ren 2.0 ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว? เรายังไม่เจอข้อมูลที่ชัดพอจะยืนยันว่า Ren 2.0 Mainnet เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ และมี Activity ระดับไหนในปัจจุบัน เว็บไซต์ Ren Foundation ยังออนไลน์อยู่ และ GitHub ยังมี Repository ของโครงการ แต่ข้อมูลที่มีตอนนี้ ยังไม่พอให้เราบอกว่า Ren 2.0 กลับมาใช้งานในระดับเดียวกับ Ren 1.0 แล้ว

แล้วเหรียญ REN ตอนนี้ล่ะ? ยังมีการซื้อขายอยู่ ตามข้อมูล CoinGecko ล่าสุดช่วงต้นเดือนตุลาคม ราคาอยู่ประมาณ 0.003 ดอลลาร์ต่อ REN มูลค่า Market Cap ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ และ Trading Volume ต่อวันอยู่ประมาณ 2 แสนดอลลาร์

แต่ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันก่อน!! มีคนซื้อขายเหรียญ REN ไม่ได้แปลว่ามีคนใช้งาน Ren Protocol เยอะ เพราะ Trading Volume ของ Token กับการใช้งาน Protocol เป็นคนละเรื่องกัน ถ้าเราย้อนกลับไปดู Ren Protocol โดยไม่เอาเรื่องอื่นมาปน ไอเดียน่าสนใจมาก เพราะโปรเจกต์พยายามแก้โจทย์ที่ใหญ่ของโลก Blockchain ตั้งแต่ยุคแรก ๆ คือ ทำอย่างไรให้เงินที่อยู่คนละ Chain วิ่งหากันได้ และ Ren 1.0 ก็ไม่ได้มีแค่ Concept เพราะเคยประมวลผล Cross-chain Volume มากกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์

แต่ในโลก Crypto เทคโนโลยีที่ดีอย่างเดียวอาจไม่พอ!! เงินทุน, ทีมพัฒนา, Governance , คนที่อยู่เบื้องหลัง Infrastructure ก็สำคัญเหมือนกัน ซึ่ง Ren Protocal เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าโปรเจกต์หนึ่งอาจเคยมี Product ที่ใช้งานจริง มี Volume จริง แต่เมื่อ Ecosystem รอบตัวเปลี่ยน อนาคตของ Protocol ก็เปลี่ยนตามไปด้วย

*Binance เปิดตัว AI ช่วยสร้างกลยุทธ์เทรด แค่บอกว่าอยากทำอะไร

ต่อไปอยากสร้าง Strategy เทรดคริปโท อาจไม่ต้องเขียน Code เองแล้ว แค่บอก AI เป็นภาษาคนว่าอยากทำอะไร ต้องการแบบไหน แล้วให้ AI สร้าง Strategy ให้ได้เลย

ล่าสุด Binance เปิดตัว Binance Intelligence ชุดเครื่องมือ AI ใหม่ แบ่งเป็น 3 ตัว

ตัวแรก Binance AI เอาไว้ช่วยย่อยข้อมูล มีหน้า “For You” ที่ปรับตามความสนใจและระดับความรู้ของแต่ละคน รวมถึงสรุปตลาดทั้ง Crypto หุ้น และ Macro ทุก 4 ชั่วโมง

ตัวที่สอง Binance AI Pro อันนี้ advance กว่า สมมติเราบอกว่า “ช่วยทำ Strategy กระจายความเสี่ยงระหว่างคริปโทกับหุ้นให้หน่อย” AI จะเอาสิ่งที่เราพูดไปสร้างเป็น Strategy และ Workflow ให้เลย ไม่ต้องเขียน Code เอง และเรายังเข้าไปปรับเงื่อนไขหรือแก้ Strategy ต่อได้ด้วย

ถ้าเป็น Premium ราคา 19.99 USDC ต่อเดือน ก็เอา Strategy ไปทำ Paper Trading หรือใช้กับ Live Trade ได้ แต่ AI ย้ายเงินเองไม่ได้ แต่ละ Strategy จะอยู่ใน Sub-account แยก ผู้ใช้ต้องใส่เงินเอง และเป็นคนอนุมัติก่อนดำเนินการจริง

ส่วนตัวสุดท้าย Binance Agent OS ตัวนี้เปิดให้ Developer เอา AI อย่าง ChatGPT, Claude Code, Codex หรือ Cursor มาเชื่อมกับ Binance ได้ ตั้งแต่ดูข้อมูลตลาด ดูข้อมูลบัญชี ไปจนถึงส่งคำสั่งเทรด ภายใต้ Permission ที่ผู้ใช้กำหนด จริง ๆ Agent OS เปิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม และตอนนี้มีการเรียกใช้งานมากกว่า 280,000 ครั้งต่อวัน

AI ในโลกการเงินกำลังขยับจาก “บอก” ไปเป็น “ทำ” ค่ะ เมื่อก่อนเราถาม AI ว่า Bitcoin คืออะไร มันก็ตอบเรา แต่ตอนนี้เริ่มกลายเป็น เราบอกว่าอยากทำอะไร → AI สร้าง Strategy → เราตรวจและอนุมัติ → ระบบเอาไปทำงานต่อ

งานนี้ไม่ใช่แค่ว่า AI ฉลาดแค่ไหน แต่เรา..จะยอมให้ AI เข้ามาจัดการเรื่องเงินของเราได้ไกลแค่ไหน!!

*TOKEN2049 Singapore Sold Out! 25,000 คนจาก 160 ประเทศรวมตัวในงานคริปโทฯ

วันนี้ 25,000 คน จาก 160 ประเทศ กำลังไปรวมตัวกันที่สิงคโปร์ เพราะ TOKEN2049 Singapore ปีนี้ตั๋ว Sold Out เรียบร้อยแล้ว!!

ปีนี้ TOKEN2049 Singapore งานจัดวันที่ 7–8 ตุลาคม ที่ Marina Bay Sands ภายในงานมี Speaker 250 คน 6 เวที และ Exhibitor อีกกว่า 500 ราย

รายชื่อ Speaker ก็มีตั้งแต่ Shayne Coplan จาก Polymarket, Jeff Yan จาก Hyperliquid, ฝาแฝด Winklevoss จาก Gemini, Arthur Hayes ไปจนถึง Adena Friedman ซีอีโอ Nasdaq และ Jenny Johnson ซีอีโอ Franklin Templeton

แต่ปีนี้มีอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะงาน Crypto เริ่มมีคนจาก Wall Street เข้ามาเยอะขึ้น แล้ววันที่ 8 ตุลาคม จะมี TOKEN2049 Institutional เป็นครั้งแรก รวมผู้บริหารระดับสูงจาก Traditional Finance และ Digital Assets 250 คน ทั้ง Goldman Sachs, BlackRock, Morgan Stanley และ Franklin Templeton

ถ้าจำข่าวก่อนหน้านี้ได้ เราเพิ่งพูดถึง Goldman Sachs ที่เอากองทุน Treasury มูลค่าประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์ มาเชื่อมกับ Infrastructure ที่บริษัท Crypto ใช้ ภาพมันเลยเริ่มชัดขึ้นว่า TradFi กับ Crypto กำลังเดินเข้าหากัน

นอกจาก Conference หลักแล้ว TOKEN2049 Week ยังมี Side Event อีกหลายร้อยงานทั่วสิงคโปร์ ก่อนต่อด้วย Formula One Grand Prix Weekend ถึงขั้นมีนักแข่ง F1 อย่าง Max Verstappen, Lando Norris และ Jenson Button มาร่วมด้วย บอกเลยงานนี้น่าไปมาก!!

โดย ดวงกมล คล่องบุญจิต