ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ 0.8% กลุ่มแบงก์ฉุดตลาดลง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) โดยหุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ขณะที่การเทขายพันธบัตรระลอกใหม่และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง กระตุ้นความกังวลว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 625.51 จุด ลดลง 4.74 จุด หรือ -0.75%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,729.69 จุด ลดลง 39.52 จุด หรือ -0.51%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,806.97 จุด ลดลง 297.39 จุด หรือ -1.18%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,441.60 จุด ลดลง 16.90 จุด หรือ -0.16%

ดัชนี STOXX 600 ปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน หลังหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปร่วงลง 2% โดยหุ้น Deutsche Bank, Banco Santander, Societe Generale และ UniCredit ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า วิกฤตหนี้ในยูโรโซนที่ทวีความรุนแรงขึ้นกำลังกดดันแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วงที่ราคาพลังงานผลักดันให้คาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันในตลาดได้มากนัก

ดัชนี CAC 40 ของตลาดหุ้นฝรั่งเศสลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือน โดยฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางความกังวลของนักลงทุน เนื่องจากรัฐบาลกำลังเผชิญความยากลำบากในการควบคุมการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งสูงกว่า 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงดำเนินต่อไป โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนปรับตัวขึ้นอย่างมากในวันพฤหัสบดี เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังคงเทขายพันธบัตรของประเทศที่มีหนี้สินสูง เช่น ฝรั่งเศสและอิตาลี ส่งผลให้ส่วนชดเชยความเสี่ยงในการกู้ยืมของประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เมื่อราคาน้ำมันสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเรื่องยากมากที่ตลาดพันธบัตรของประเทศพัฒนาแล้วจะปรับตัวได้ดี โดยเฉพาะประเทศที่มีหนี้สินสูง

ฝรั่งเศสยังคงเป็นประเทศที่นักลงทุนจับตา และมีแนวโน้มว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไปและทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากรัฐบาลยังไม่สามารถจัดการปัญหาการคลังได้ ขณะที่ ECB ดูเหมือนไม่เต็มใจที่จะเข้ามาแทรกแซง

การเทขายพันธบัตรทั่วโลกในวงกว้าง ซึ่งเกิดจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาระหนี้ภาครัฐ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี

หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี STOXX ปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 3% จากความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคผู้ผลิตน้ำมันสำคัญของโลก

รายงานการประชุมนโยบายการเงินครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่มีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่ ECB ลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ โดยให้เหตุผลว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลมากนัก

หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยร่วงลง 2.5%

หุ้น Tesco ในตลาดลอนดอน พุ่งขึ้น 5.2% หลังบริษัทค้าปลีกสินค้าอาหารปรับเพิ่มประมาณการกำไรตลอดทั้งปี

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช