เมื่อเวลา 10.07 น. CRC พุ่ง 5.65% เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มาที่ 32.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 155.08 ล้านบาท จากราคาเปิด 32.00 บาท ราคาสูงสุด 33.00 บาท และราคาต่ำสุด 32.00 บาท
บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ค่าเฉลี่ยยอดขายสาขาเดิม (SSS) กลุ่มค้าปลีกเดือนกันยายน ทรงตัว YoY ใกล้เคียงเดือนสิงหาคม ส่งผลให้คาดการณ์ SSS เฉลี่ย ไตรมาส 3/69 ทรงตัว YoY โดยกลุ่มห้างสรรพสินค้า CRC อยู่ที่ +2% YoY ดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนสิงหาคมที่ 1.5% เพราะธุรกิจอาหารในไทยเติบโตมากกว่า 10% ขณะที่กลุ่มสินค้าในชีวิตประจำวันทรงตัว แต่มีสัญญาณบวกดีขึ้นใน BigC (+3% จาก +2% ในเดือนสิงหาคม) และ CPALL (+2-3% จาก +1-2% ในเดือนสิงหาคม) ขณะที่ Lotus’s (-5%) ยังเป็นตัวถ่วง
ทั้งนี้ กลุ่ม Lifestyle MOSHI, MRDIYT เป็นกลุ่มที่เห็นสัญญาณลบ โดย SSS ชะลอเหลือ +1% YoY ในเดือนกันยายน จาก +5% ในเดือนกรกฎาคม และ +2% ในเดือนสิงหาคม เพราะมีผลกระทบน้ำท่วม โดย MOSHI ชะลอเหลือ 0% จาก +8% และ +4% ตามลำดับ แม้ SSS ไตรมาส 3/69ของกลุ่ม Lifestyle ยังเติบโต +2% YoY แต่หากดูโมเมนตัมรายเดือนที่ชะลอลงทำให้มองว่าการเร่งตัวของยอดขายกลุ่ม Lifestyle ในระยะสั้นเริ่มจำกัด
แนวโน้มเดือนตุลาคม – แรงส่งจาก Stock Piling, Post-Flood และ IMF–World Bank
คาด SSS เดือนตุลาคม มีโอกาสดีขึ้นจากเดือนกันยายน จากปัจจัยหนุนที่ทยอยเข้ามาตลอดเดือน ช่วงต้นเดือน กลุ่ม Grocery และกลุ่มซ่อมบ้าน มีโอกาสได้แรงหนุนจากการตุนสินค้าและอุปกรณ์กันน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม โดยยอดขายต่อบิลที่สูงขึ้นช่วยชดเชยจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านลดลง ขณะที่หลังน้ำลด คาดความต้องการสินค้าซ่อมแซมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์จะเพิ่มขึ้นจากการซ่อมแซมและทดแทนสินค้าที่เสียหาย ช่วงกลางเดือน กลุ่มห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ มีโอกาสได้ประโยชน์จากการประชุมประจำปี IMF–World Bank ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 จึงคาด traffic ในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ มีโอกาสเพิ่มขึ้น โดย CRC น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าว นอกจากนี้ ช่วงปลายเดือนยังมีแรงหนุนจากฐานยอดขายที่ต่ำในปีก่อนจากบรรยากาศการจับจ่ายที่ชะลอตัวในช่วงข่าวพระราชพิธี จึงมองว่า SSS เดือนตุลาคม ของกลุ่มค้าปลีกมีโอกาสเร่งขึ้นจากระดับทรงตัวในเดือนกันยายน โดยเฉพาะกลุ่มพื้นที่ขายในเมือง (HMPRO, CRC, CPALL)
ไตรมาส 3/69 คาดกำไรปกติยังเติบโต แม้ SSS ไม่ช่วย
คาดกำไรปกติกลุ่มค้าปลีก (ไม่รวมสินค้า IT) ใน ไตรมาส 3/69 ที่ 14.1 พันล้านบาท (+9% YoY, -15% QoQ) เทียบกับยอดขายรวม 509.2 พันล้านบาท (+3% YoY, -3% QoQ) สะท้อนว่าการเติบโตของกำไรยังมาจากอัตราทำกำไรมากกว่ายอดขาย คาดค่าเฉลี่ยอัตรากำไรปกติเพิ่มเป็น 6.0% จาก 5.9% ใน ไตรมาส 3/68 แม้ลดลงจาก 7.4% ใน ไตรมาส 2/69 ตามฤดูกาล รายบริษัท คาด BJC มีกำไรปกติเติบโตเด่นสุดที่ +35% YoY ตามด้วย DOHOME +33%, CRC +23% และ GLOBAL +20% ขณะที่ CPAXT เป็นบริษัทเดียวที่คาดกำไรลดลง 14% YoY ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองเดิมว่า ไตรมาส 3/69 การเติบโตของกำไรเป็นผลจากการปรับประสิทธิภาพทำกำไรมากกว่าเร่งยอดขาย
เลือก CRC เป็นหุ้นเด่นสุดในระยะสั้น ส่วน MOSHI และ MRDIYT เน้นลงทุนระยะยาว
คงน้ำหนักการลงทุน “NEUTRAL” ต่อกลุ่มค้าปลีก เนื่องจาก SSS ไตรมาส 3/69 ยังทรงตัวและกำลังซื้อโดยรวมยังเปราะบาง อย่างไรก็ตาม เลือก CRC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากแนวโน้มกำไรปกติ ไตรมาส 3/69 (คาดการณ์) จะเติบโตเด่น +23% YoY ขณะที่ ไตรมาส 4/69 มี catalyst เพิ่มเติมจาก traffic ในกรุงเทพฯ ช่วงการประชุม IMF–World Bank และฐานยอดขายต่ำในปลายเดือนตุลาคม ส่งผลภาพรวม SSS ทั้งปีมีโอกาสเกิด upside จากประมาณการ
สำหรับ MOSHI และ MRDIYT ยังชอบในมุมการลงทุนระยะยาว จากโครงสร้างการเติบโตของสาขาและกำไร แต่ระยะสั้น risk-reward ลดลงเล็กน้อย จาก SSS ของกลุ่ม Lifestyle ที่ชะลอลงและการเติบโตของมาร์จิ้นที่จำกัดช่วงสั้น ทำให้แนวโน้มกำไรปกติ ไตรมาส 3/69 เติบโตช้าลงจากเคยคาดเดิม นอกจากนี้ ทั้งสองหุ้นยังมีประเด็น overhang ในช่วงก่อนการทบทวน SET50/SET100 รอบถัดไป ดังนั้นความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบดัชนีอาจจำกัดโมเมนตัมของราคาหุ้นในระยะสั้น แม้ไม่เปลี่ยนมุมมองพื้นฐานระยะยาว
โดย วรินทร ศิรินอก/เสาวลักษณ์ อวยพร





