
ผู้พัฒนาอาร์เท็กซ์ (ARTEX) ซึ่งเป็นเครื่องมือโอเพนซอร์สสำหรับทดสอบเจาะระบบที่พัฒนาในจีนและเพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ ประกาศเปลี่ยนโครงการจากโอเพนซอร์สเป็นซอฟต์แวร์แบบปิด หลังบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐฯ ระบุว่า เครื่องมือดังกล่าวถูกนำไปใช้โจมตีธนาคารในเกาหลีใต้
ผู้พัฒนา ARTEX ซึ่งใช้ชื่อบัญชี “Autumn-27” บน GitHub แจ้งเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ว่า จะยุติการอัปเดต ARTEX และจะเปลี่ยนเป็นซอฟต์แวร์แบบปิด โดยจะไม่มีการปล่อยเวอร์ชันใหม่สู่สาธารณะ และไม่มีการสนับสนุนด้านการบำรุงรักษาอีก เนื่องจากเครื่องมือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
ผู้พัฒนายืนยันว่า ARTEX พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยองค์กรทดสอบความปลอดภัยของระบบและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยไซเบอร์ ไม่ใช่เพื่อสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ คราวด์สไตรค์ (CrowdStrike) บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อสถาบันการเงินของเกาหลีใต้ อาจเป็นชายวัย 26 ปี และอาศัยอยู่ในมณฑลกวางตุ้งของจีน โดยผู้ต้องสงสัยใช้เครื่องมือ ARTEX ร่วมกับ Claude Code ของแอนโทรปิก (Anthropic)
ทั้งนี้ ARTEX เปิดตัวบน GitHub ในปีนี้ในรูปแบบโอเพนซอร์ส โดยเป็น Agent AI ที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบเจาะระบบโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง แต่เชื่อมต่อกับโมเดล AI ภายนอก เช่น ChatGPT, Claude และ DeepSeek เพื่อช่วยองค์กรตรวจหาช่องโหว่ในเครือข่าย
ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีธนาคารในเกาหลีใต้หลายแห่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดการสืบสวน ขณะที่ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง เรียกร้องให้มีมาตรการรับมืออย่างเข้มงวด
ด้านเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กระทรวงฯ ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมย้ำว่าจีนคัดค้านและปราบปรามการโจมตีทางไซเบอร์มาโดยตลอด
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





