Zoom In: กลิ่นการเมืองโชยแรงที่การบินไทย!! โบรกฯมองเป็นความเสี่ยง

จากฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมกรุงเทพในช่วงปลายเดือน ก.ย.69 ส่งผลกระทบสายการบินไทย ไม่สามารถบริหารจัดการกระเป๋าเกิดการตกค้างจำนวนมากกว่าหมื่นใบ เที่ยวบินดีเลย์ วิกฤตนี้เป็นเหตุให้ “ชาย เฮี่ยมศิริ” ถูกเด้งฟ้าผ่า จนไปถึงข้อกล่าวหาทุจริตการจัดซื้อไวน์ เกิดคำถามช่างประจวบเหมาะ จนหลายฝ่ายมองว่านี่คือเกมการเมืองหรือไม่ 

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) [THAI] ได้จัดประชุมนัดพิเศษ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายลวณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมมีมติให้นายชาย เอี่ยมศิริ หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ทันทีเซ่นพิษกระเป๋าตกค้างอื้อจนทำภาพลักษณ์การบินไทยเสื่อมเสีย แต่ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท พร้อมตั้ง นายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการซีอีโอ ซึ่งได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว

ขณะที่ปรากฏรายงานข่าวถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ระบุถึงคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อไวน์ จำนวน 11 คน โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร กรรมการ THAI เป็นประธาน อย่างไรก็ตาม หนังสือคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน

ด้าน นายชาย เอี่ยมศิริ ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การจัดซื้อดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัดและตรวจสอบได้ตลอดเวลา ตลอดการทำงาน 41 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และพร้อมรับการตรวจสอบ

ขณะที่แหล่งข่าวภายในบริษัท การบินไทย ระบุว่า การจัดซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับบริการบนเครื่องบินมีกำหนดเป็นรอบปี โดยการจัดซื้อล่าสุดมีปริมาณรวมกว่า 7 แสนขวด มูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านบาท มีการกระจายซื้อจากซัพพลายเออร์หลายราย ซึ่งข้อมูลมูลค่า 800 ล้านบาทตามที่มีกระแสข่าวนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และกระบวนการจัดซื้ออนุมัติผ่านผู้บริหารที่เกี่ยวข้องหลายท่านตามขั้นตอนของบริษัท

นอกจากนี้ การบินไทยได้ออกประกาศภายใน ขอความร่วมมือพนักงานระมัดระวังการโพสต์ แชร์ หรือแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร

ตัดภาพก่อนที่จะเกิดเหตุน้ำท่วม การบินไทยได้เปิดรับสมัครสรรหาตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระหว่างวันที่ 7-27 ก.ย.69 กอนที่นายชาย จะครบวาระในสิ้นเดือน ม.ค.70 

โดยปรากฎรายชื่อ  7 คนส่งใบสมัคร หนึ่งในนั้น คือ นายชาย อดีตดีดีนั่นเอง และอีก 6 คนเป็นลูกหม้อการบินไทย ได้แก่ นายชวาล รัตนวราหะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ นายเชิดพันธ์  โชติคุณ ประธานเจ้าหน้าที่สายช่าง  นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน นายกรกฎ ชาตะสิงห์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ นายนนท์ กลินทะ อดีตประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ และ นายวิวัฒน์ ปิยะโรจน์ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์

จะเห็นว่าจากรายชื่อผู้สมัคร นายชาย มีผลงานที่โดดเด่นในแง่ของการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยจนกระทั่งนำหุ้น THAI กลับเข้ามาเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้ ฉะนั้น การมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทุจริตไวน์ที่รอการตรวจสอบอยู่อาจเป็นการปิดทางไม่ให้กลับเข้ามารับตำแหน่งได้อีกวาระ ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการทาบทามนายชัยวัฒน์  โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ คนปัจจุบันที่จะครบวาระสิ้นปี 69 ให้มานั่งซีอีโอที่การบินไทยแทน

แหล่งข่าวจากการบินไทย ระบุว่า บอร์ดบริษัทตั้งเป้าที่จะได้ตัวซีอีโอคนใหม่ในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเรียกผู้ที่ผ่านคุณสมบัติมาแสดงวิสัยทัศน์ ก็ต้องรอติดตามต่อไป

แหล่งข่าวระบุว่า นายชาย กับคณะกรรมการชุดนี้ ทำงานด้วยกันไม่ราบรื่น หลายเรื่องกรรมการยื้อเวลา หรือไม่ค่อยเห็นด้วย  เช่น เรื่องการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพื้นที่ในอีอีซี เพื่อดำเนินธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยานในสนามบินอู่ตะเภา ที่ล่าช้ามาพอสมควร 

นอกจากนี้ เรื่องแผนการจัดหาเครื่องบินระยะยาว 45 ลำที่เซ็นสัญญากับโบอิ้งในสมัยนายชายนั่ง DD อาจเปลี่ยนแปลงได้หากบอร์ดชุดนี้เห็นต่างกลยุทธ์ที่ผู้บริหารแผนฟื้นฟูวางไว้ 

*โบรกฯมอง การเมืองแทรก เป็นความเสี่ยง 

นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์, IAA  ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)  กล่าวว่า การปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ DD กระทันหัน ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงลบ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงาน เปรียบเทียบในช่วงฟื้นฟูกิจการ กรรมการและฝ่ายบริหารมีความอิสระสูงมาก นอกจากนี้บริษัทมีแผน BCP รองรับอยู่แล้ว ผู้บริหารระดับรองจาก DD ไม่เห็นออกมา เหตุการณ์นี้ได้เอื้อที่เป็นเหตุปลดนายชาย

อย่างไรก็ดี ไม่น่าจะทำให้แผนกลยุทธ์ในระยะยาวเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ แผนการสั่งซื้อเครื่องบิน ซึ่งนักลงทุนรับทราบก่อนจะออกจากแผนฟื้นฟู ซึ่งคณะกรรมการฟื้นฟูและนายชาย เอี่ยมศิริที่อยู่ในทีมบริหารแผนฟื้นฟูที่สามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้รวดเร็ว ซึ่งหลังจากออกจากแผนฟื้นฟูกิจการมีการเพิ่มคณะกรรมการเป็น 15 คน เพื่อให้ตัวแทนจากกงคลังเข้ามา

นายปริญทร์ มองว่า นายชาย และคณะกรรมการฟื้นฟูมีความสามารถในการบริหารกิจการจนฟื้นฟูกลับมาได้จากสภาพล้มละลาย ซึ่งไม่ง่าย  เมื่อเปลี่ยนตัว DD ทำให้เกิดความกังวล  และการกล่าวหาการจัดซื้อไวน์ ก็ต้องพิสูจน์ก่อน 

ดังนั้น คณะกรรมการและรักษาการ DD ในขณะนี้จะต้องแสดงผลงานการบริหาร THAI ที่ไม่ด้อยกว่าอดีต DD ในลำดับต่อไป หลังจากที่อดีต DD สามารถพลิกฟื้นผลการดำเนินบริษัทในช่วง 5 ปีก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะวิกฤตจนกลับมาทำกำไรในระดับสูงต่อปีต่อเนื่องจนกลับมาทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สำเร็จ

“ผลกระทบคงไม่เกิดขึ้นทันที ส่วนที่มองว่าบอร์ดชุดนี้ถ้าไม่สามารถแสดงผลประกอบการให้ดีจริง ในที่สุดเขาก็พังเอง…การเมืองที่เข้ามาเป็นความเสี่ยง ความไม่มั่นใจจากการเปลี่ยนผู้บริหาร ซึ่งราคาหุ้นจะสะท้อนเรื่องนี้”

นายปริญทร์ กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3/69 คาดว่าจะใกล้เคียงไตรมาส 2/69 ที่กำไรระดับหลักพันล้านบาท เพราะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นและราคาน้ำมันแพงเทียบกับสายการบินอื่นเผชิญผลขาดทุน และในไตรมาส 4/69  คาดจะมีกำไรโดดเด่น ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/69 มีแรงส่งจากฤดูกาลท่องเที่ยว  โดยทั้งปี 69 ประเมินกำไรสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท  ส่วนทิศทางปี 70 การบินไทยยังเติบโตขึ้นชัดเจน คาดกำไระเพิ่มขึ้น  ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 7.00 บาท สำหรับปี 2570

ราคาหุ้น THAI ตั้งแต่ 28 ก.ย. อยู่ที่ 6.15 บาท ปรับตัวลงมาต่อเนื่องลงมาต่ำสุด 5.55 บาท (ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน) เมื่อ 9 ต.ค. และมาปิดที่ 5.65 บาท หรือลลดง 8% (-0.50 บาท)

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร